เป็นผู้กำกับหนังสั้นอย่างมีกึ๋น
posted on 03 Oct 2008 01:46 by witcha in filmsเห็นมีกึ๋นกันไปหลายบล็อก เห็นว่าเออ...ก็น่าสนใจดีครับ ตามไปอ่านแล้วหลายบล็อก เลยเอาประสบการณ์ตัวเองมาแชร์บ้างดีกว่า เคยมีคนเขียนเรื่องเรียนนิเทศอย่างมีกึ๋นไปแล้ว เลยขอเจาะจงไปที่เรื่องการกำกับหนังสั้นดีกว่า ช่วงนี้กำลังฮิตกันมากๆ
*หมายเหตุ : เป็นประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ กรุณาอ่านโดยเปิดใจให้กว้าง (เตือนแล้วนะ อิอิ)
อยากทำหนังสั้นเจ๋งๆ ทำไงดี? เดี๋ยวนี้ง่ายมากครับ กล้องมือถือก็ทำหนังได้แล้ว ขอแค่มีไอเดียซะอย่าง แต่ถ้าอยากทำหนังสั้นให้เจ๋ง ดูแล้วเหมือนมืออาชีพ ก็ต้องเทรนตัวเองให้เป็นมืออาชีพก่อนครับ นั่นหมายความว่าคุณต้องทำหนังสั้นไปหลายๆเรื่อง ค้นหาสไตล์ของตัวเองให้เจอ ดูหนังให้มากๆ เขียนบทให้บ่อยๆเท่าที่จะทำได้ครับ
มีบทดีอย่างเดียวไม่พอ! ถ้าอยากให้คนจำหนังเราได้ เราต้องมีอะไรไปกระแทกตากระแทกใจคนดูด้วย ไม่งั้นคนจะลืมหนังเราได้อย่างรวดเร็วท่ามกลางหนังสั้นอีกประมาณ 300 เรื่องในเทศกาล การกระแทกใจอาจจะไม่ใช่การหักมุมจบ แต่อาจเป็นวิธีการถ่ายทำ การแสดง หรือไอเดียแปลกๆใหม่ๆ ที่เรามั่นใจว่าเราเอาคนดูอยู่ ถ้ามีแล้วก็เปิดกล้องเลยยยยย
โพสท์-โปรดักชั่นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง! ปัญหาของหนังสั้นส่วนใหญ่ที่ฉายๆกันอยู่คือ บันทึกเสียงไม่ดี, ตัดต่อไม่เนียน, ดนตรีประดักประเดิด หรือกระทั่งแผ่นไม่อ่านตอนฉายก็มี! (กระทั่งผกก.หนังสั้นดังๆของเมืองไทยก็ประสบปัญหานี้ แล้วก็โทรมาขอความช่วยเหลือจากผมอยู่เนืองๆ) การเป็นคนทำหนังโดยเฉพาะผู้กำกับไม่ใช่ว่าปิดกล้องแล้วงานมันจะจบนะครับ ด่านสำคัญที่ผกก.หนังสั้นหลายคนตกม้าตายคือขั้นตอนหลังการถ่ายทำนี่แหละ
อาจารย์ผมเคยบอกว่างานเทคนิคไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ไอเดีย ข้อนี้ผมขอเถียงขาดใจ เพราะงานเทคนิคดีๆ สามารถช่วยให้ไอเดียห่วยๆออกมาเป็นหนังดีได้...หลายเรื่องเลยครับ

พื้นฐานศิลปะสำคัญมาก! การทำหนังก็คือการทำงานศิลปะ การทำงานศิลปะแปลว่าคนที่ทำมันจะต้อง อ้าร์ทททท จะเป็นอาร์ทแบบ commercial หรืออาร์ทแบบติสต์แตกก็ว่ากันไป แต่ก่อนจะทำแนะนำให้หาหนังสือ อ้าร์ททททท มาอ่านเยอะๆด้วย* เพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจในงานชิ้นแรกๆก่อน ก่อนที่เราจะพัฒนาตัวเองให้อ้าร์ททททท ไปในทางที่เราอยากจะเป็น
* หนังสืออ้าร์ททททท ไม่จำเป็นต้องเป็นสารานุกรม อาจเป็นนิตยสารอะไรก็ได้ที่เราเห็นบนแผงหนังสือแล้วสะดุดตา อาจจะเป็นอ้าร์ททททแบบแฟชั่นชิคๆ สถาปัตย์สุดล้ำ หรือหนังสือกอสสิพดาราที่ขายตามเซเว่นก็มีความเป็นอ้าร์ททททอยู่ในตัวของมัน ทุกอย่างสามารถนำมาดัดแปลงให้เข้ากับหนังที่เราจะทำได้ทั้งนั้น

(ใครจะส่งแถกหน้าทุเรศมา ผมถือโอกาสใช้รูปนี้ละกัน 5555 เคยอำว่านี่คือการวีนในกองถ่าย จริงไม่ใช่ครับ เป็นการกำกับนักแสดงในฉากแอ็คชั่นว่า "ขอ ย้ากกกกสสสส์ แบบนี้ครับ)
ต้องรู้จักตัวเอง อันนี้สำคัญมากโดยเฉพาะเวลากำกับการแสดง อากับกิริยาต่างๆ สีหน้าท่าทาง แววตา ริมฝีปาก หรือแม้แต่การหายใจ การกำกับนักแสดงไม่ใช่แค่การให้นักแสดงพูดตามบท แต่เป็นการทำให้นักแสดงกลายเป็นตัวละครขึ้นมาจริงๆ ซึ่งเราต้องทำให้นักแสดงเชื่อในแคแรกเตอร์ให้ได้ หรือถ้าไม่ได้ก็ต้องใช้สิ่งที่ผมเรียกว่า "วิชามาร" เข้าช่วย คือทำยังไงเราจะลวงคนดูให้ได้ เราก็ต้องรู้จักตัวเองก่อนว่าถ้าเราเป็นตัวละครตัวนั้น เราจะมีสีหน้าท่าทางแบบไหน เวลาตกหลุมรักสีหน้าเป็นยังไง เวลาอกหักสีหน้าเป็นยังไง แล้วต้องรู้ด้วยว่าเราทำหนังโทนไหนอยู่จากนั้นก็ปรับการแสดงให้เข้ากับโทนหนังที่เรากำลังทำ*
* ยกตัวอย่าง หนังขายความ realistic แบบเพื่อนสนิท หรือ The Bourne Identity การแสดงต้องเหมือนจริงทุกอย่าง ผกก.อาจต้องทำรีเสิร์ชเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะนิสัยของตัวละคร แต่ถ้าทำหนังขายจินตนาการเหนือจริง แบบ Sweeney Todd หรือหนังไทยแบบแหยม ยโสธร ผกก.อาจเอาวิธีการแสดงแบบละครเวทีบรอดเวย์ หรือหมอลำมาปรับใช้แทนครับ
อย่าอายที่จะโปรโมทตัวเอง เพราะหนังเราไม่ได้ทำในสตูดิโอ ซึ่งเขาจะไปจ้างบริษัทโปรโมททำโปสเตอร์กับตัดตัวอย่างให้ ในเมื่อเราไม่มีแบบนั้นก็ต้องใช้วิธีโปรโมตหนังตัวเองให้เป็นที่รู้จัก คนจะได้มาดูกันเยอะๆ (แต่ก่อนผมก็อาย แต่ก็มาลองโปรโมตแบบจริงจังกับเคส อภัย:มณี นี่แหละครับ เดี๋ยววันจองบัตร 1 พฤศจิกา น่าจะเห็นผลว่าเป็นอย่างไร) การโปรโมตตัวเองยังเอื้อประโยชน์ถึงการเรียกความสนใจจากคณะกรรมการในเทศกาลหนังด้วยนะครับ
พอละๆ สาระเยอะเกิน (บล็อกนี้จะไม่ค่อยมีสาระ 55555) เห็นรึยังครับว่าผู้กำกับไม่ได้เป็นกันง่ายๆนะครับ ขอให้โชคดีกับการเป็นผู้กำกับ+กินกับครับ
กึ๋น..บ้า..
..
ทำหนังสั้นน่าสนใจจังค่ะ
#1 By Hayashi Kisara on 2008-10-03 03:42