เห็นมีกึ๋นกันไปหลายบล็อก เห็นว่าเออ...ก็น่าสนใจดีครับ ตามไปอ่านแล้วหลายบล็อก เลยเอาประสบการณ์ตัวเองมาแชร์บ้างดีกว่า เคยมีคนเขียนเรื่องเรียนนิเทศอย่างมีกึ๋นไปแล้ว เลยขอเจาะจงไปที่เรื่องการกำกับหนังสั้นดีกว่า ช่วงนี้กำลังฮิตกันมากๆ

*หมายเหตุ : เป็นประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ กรุณาอ่านโดยเปิดใจให้กว้าง (เตือนแล้วนะ อิอิ) 

อยากทำหนังสั้นเจ๋งๆ ทำไงดี? เดี๋ยวนี้ง่ายมากครับ กล้องมือถือก็ทำหนังได้แล้ว ขอแค่มีไอเดียซะอย่าง แต่ถ้าอยากทำหนังสั้นให้เจ๋ง ดูแล้วเหมือนมืออาชีพ ก็ต้องเทรนตัวเองให้เป็นมืออาชีพก่อนครับ นั่นหมายความว่าคุณต้องทำหนังสั้นไปหลายๆเรื่อง ค้นหาสไตล์ของตัวเองให้เจอ ดูหนังให้มากๆ เขียนบทให้บ่อยๆเท่าที่จะทำได้ครับ

 

มีบทดีอย่างเดียวไม่พอ! ถ้าอยากให้คนจำหนังเราได้ เราต้องมีอะไรไปกระแทกตากระแทกใจคนดูด้วย ไม่งั้นคนจะลืมหนังเราได้อย่างรวดเร็วท่ามกลางหนังสั้นอีกประมาณ 300 เรื่องในเทศกาล การกระแทกใจอาจจะไม่ใช่การหักมุมจบ แต่อาจเป็นวิธีการถ่ายทำ การแสดง หรือไอเดียแปลกๆใหม่ๆ ที่เรามั่นใจว่าเราเอาคนดูอยู่ ถ้ามีแล้วก็เปิดกล้องเลยยยยย

โพสท์-โปรดักชั่นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง! ปัญหาของหนังสั้นส่วนใหญ่ที่ฉายๆกันอยู่คือ บันทึกเสียงไม่ดี, ตัดต่อไม่เนียน, ดนตรีประดักประเดิด หรือกระทั่งแผ่นไม่อ่านตอนฉายก็มี! (กระทั่งผกก.หนังสั้นดังๆของเมืองไทยก็ประสบปัญหานี้ แล้วก็โทรมาขอความช่วยเหลือจากผมอยู่เนืองๆ) การเป็นคนทำหนังโดยเฉพาะผู้กำกับไม่ใช่ว่าปิดกล้องแล้วงานมันจะจบนะครับ ด่านสำคัญที่ผกก.หนังสั้นหลายคนตกม้าตายคือขั้นตอนหลังการถ่ายทำนี่แหละ

อาจารย์ผมเคยบอกว่างานเทคนิคไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ไอเดีย ข้อนี้ผมขอเถียงขาดใจ เพราะงานเทคนิคดีๆ สามารถช่วยให้ไอเดียห่วยๆออกมาเป็นหนังดีได้...หลายเรื่องเลยครับ

พื้นฐานศิลปะสำคัญมาก! การทำหนังก็คือการทำงานศิลปะ การทำงานศิลปะแปลว่าคนที่ทำมันจะต้อง อ้าร์ทททท จะเป็นอาร์ทแบบ commercial หรืออาร์ทแบบติสต์แตกก็ว่ากันไป แต่ก่อนจะทำแนะนำให้หาหนังสือ อ้าร์ททททท มาอ่านเยอะๆด้วย* เพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจในงานชิ้นแรกๆก่อน ก่อนที่เราจะพัฒนาตัวเองให้อ้าร์ททททท ไปในทางที่เราอยากจะเป็น

* หนังสืออ้าร์ททททท ไม่จำเป็นต้องเป็นสารานุกรม อาจเป็นนิตยสารอะไรก็ได้ที่เราเห็นบนแผงหนังสือแล้วสะดุดตา อาจจะเป็นอ้าร์ททททแบบแฟชั่นชิคๆ สถาปัตย์สุดล้ำ หรือหนังสือกอสสิพดาราที่ขายตามเซเว่นก็มีความเป็นอ้าร์ททททอยู่ในตัวของมัน ทุกอย่างสามารถนำมาดัดแปลงให้เข้ากับหนังที่เราจะทำได้ทั้งนั้น

(ใครจะส่งแถกหน้าทุเรศมา ผมถือโอกาสใช้รูปนี้ละกัน 5555 เคยอำว่านี่คือการวีนในกองถ่าย จริงไม่ใช่ครับ เป็นการกำกับนักแสดงในฉากแอ็คชั่นว่า "ขอ ย้ากกกกสสสส์ แบบนี้ครับ) 

ต้องรู้จักตัวเอง อันนี้สำคัญมากโดยเฉพาะเวลากำกับการแสดง อากับกิริยาต่างๆ สีหน้าท่าทาง แววตา ริมฝีปาก หรือแม้แต่การหายใจ การกำกับนักแสดงไม่ใช่แค่การให้นักแสดงพูดตามบท แต่เป็นการทำให้นักแสดงกลายเป็นตัวละครขึ้นมาจริงๆ ซึ่งเราต้องทำให้นักแสดงเชื่อในแคแรกเตอร์ให้ได้ หรือถ้าไม่ได้ก็ต้องใช้สิ่งที่ผมเรียกว่า "วิชามาร" เข้าช่วย คือทำยังไงเราจะลวงคนดูให้ได้ เราก็ต้องรู้จักตัวเองก่อนว่าถ้าเราเป็นตัวละครตัวนั้น เราจะมีสีหน้าท่าทางแบบไหน เวลาตกหลุมรักสีหน้าเป็นยังไง เวลาอกหักสีหน้าเป็นยังไง แล้วต้องรู้ด้วยว่าเราทำหนังโทนไหนอยู่จากนั้นก็ปรับการแสดงให้เข้ากับโทนหนังที่เรากำลังทำ*

* ยกตัวอย่าง หนังขายความ realistic แบบเพื่อนสนิท หรือ The Bourne Identity การแสดงต้องเหมือนจริงทุกอย่าง ผกก.อาจต้องทำรีเสิร์ชเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะนิสัยของตัวละคร แต่ถ้าทำหนังขายจินตนาการเหนือจริง แบบ Sweeney Todd หรือหนังไทยแบบแหยม ยโสธร ผกก.อาจเอาวิธีการแสดงแบบละครเวทีบรอดเวย์ หรือหมอลำมาปรับใช้แทนครับ

 

อย่าอายที่จะโปรโมทตัวเอง เพราะหนังเราไม่ได้ทำในสตูดิโอ ซึ่งเขาจะไปจ้างบริษัทโปรโมททำโปสเตอร์กับตัดตัวอย่างให้ ในเมื่อเราไม่มีแบบนั้นก็ต้องใช้วิธีโปรโมตหนังตัวเองให้เป็นที่รู้จัก คนจะได้มาดูกันเยอะๆ (แต่ก่อนผมก็อาย แต่ก็มาลองโปรโมตแบบจริงจังกับเคส อภัย:มณี นี่แหละครับ เดี๋ยววันจองบัตร 1 พฤศจิกา น่าจะเห็นผลว่าเป็นอย่างไร) การโปรโมตตัวเองยังเอื้อประโยชน์ถึงการเรียกความสนใจจากคณะกรรมการในเทศกาลหนังด้วยนะครับ

พอละๆ สาระเยอะเกิน (บล็อกนี้จะไม่ค่อยมีสาระ 55555) เห็นรึยังครับว่าผู้กำกับไม่ได้เป็นกันง่ายๆนะครับ ขอให้โชคดีกับการเป็นผู้กำกับ+กินกับครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตามอ่านซีรี่ย์มีกึ๋นอยู่เหมือนกันค่ะ หลังจากแนะแนวการเรียนต่อไปแล้วอยากให้คนที่ทำอาชัพแต่ละอย่างมามีกึ๋นอย่างนี้บ้างนะคะ ^_^ น้องที่อยากเรียนจะได้มองกว้างๆต่อไปอีกว่าจบไปถ้าทำงานอย่างนี้แล้วจะเป็นยังไง เวลาเรียนในมหาวิทยาลัยอาจจะเตรียมๆอะไรไว้ได้บ้างนะคะ ^_^

ทำหนังสั้นน่าสนใจจังค่ะ big smile

#1 By Hayashi Kisara on 2008-10-03 03:42

นี่...เอนทรี่นี้กะโปรโมทหนังแน่ๆเลย ไม่เกี่ยวกับสาระหรอก(ฮา)
Hot!
พี่เป็นผู้กำกับหนังสั้นมีกึ๋นของจริงคับ open-mounthed smile Hot!

#3 By seaugpor on 2008-10-03 10:00

sad smileกึ๋น..บ้า..
ภาษาสุภาพ "สติเฟื่อง" ....


ps ว้ากน้อง หรือว้ากนักแสดงอ่ะ?sad smile

#4 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-10-03 11:11

เป็นผู้กำกับมันยากจริงๆbig smile Hot!
น่าเองไปลงฟิ้วนะเนี่ย

#6 By bioscope on 2008-10-03 12:25

Hot! โหดๆ
เรื่องนี้กำกับเอง เล่นเองด้วยรึป่าวคะพี่ตุ้ย
ยืนหล่อเป็นพระเอกทีเดียว

#8 By iDoi* on 2008-10-03 14:38

#2 เกลียดจังคนรู้ทันเนี่ย question

#4 ไม่ได้ว้าก สาธิตจ้ะsad smile

#6 มีค่าต้นฉบับด้วยมั้ยครับ ตอนนี้กำลังจน

#8 เข้าใจอะไรผิดรึเปล่าจ๊ะ sad smile

#9 By ตุ้ย since 2006 on 2008-10-03 14:48

ข้อสุดท้ายทำไม่ได้ว่ะพี่ เขินนนนน cry

#10 By gallantfoal on 2008-10-03 14:58

อย่างนี้สินะ
มีกึ๋นของจริงbig smile

#11 By ~memay~ on 2008-10-03 21:06

รอดูอภัยมณีอยู่นะครับพี่open-mounthed smile

#12 By KennyHass on 2008-10-03 21:15

งานผู้กินกับท่าจะลำบากจังท่าน

แต่รอชมอภัย:มณี ของผู้กำกับมีกึ๋นopen-mounthed smile

Hot! Hot!

#13 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-10-03 21:33

รอดูอภัย:มณีด้วยคน

#14 By eak early : เอกเช้า on 2008-10-03 21:51

อย่างนี้มีกึ๋นแล้วต้องอาร์ตด้วยสินะครับ big smile

#15 By Googigg on 2008-10-03 23:12

เย่ นึกถึงตัวเองในอดีต มะก่อนเราก็เป็นคนทำหนังสั้นเหมือนกัน เน้นนะ มะก่อน T-T

#16 By ~@Asami@~ on 2008-10-03 23:27

Zoooooooo question

#17 By plynoi แว่วศรี on 2008-10-03 23:34

^-^ ดีครับ สนุกดี
จ๊าก! มีรูปพี่กำลังศึกษาข้อมูลจากหนังสือด้วย555sad smile

#19 By vanfever on 2008-10-04 13:45

โอ้ววว น่าชม 555+ หุหุ

#20 By NeverSay on 2008-10-04 20:28

อ่าน zoo บ่อยๆ ช่วยในแง่ ผุดไอเดียดีๆ open-mounthed smile

#21 By tiew@fine on 2008-10-04 22:11

เพื่อนกำลังจะทำหนังสั้นค่ะ ต้องให้มันมาอ่านละ อิอิ

#22 By Kwanrapee_The_Artist on 2008-10-04 23:13

นิตยสารหนังที่ชื่อ 'Zoo' นี่น่าติดตามมาก

โจ้กหน้าหื่นอารมณ์มาก

big smile

#23 By zoxmok on 2008-10-08 07:16