แอ่วปายม่วนใจ๋น่อ ตอน เซเลบเกาหลี vs. บ๊อบ มาร์เล่ย์
posted on 05 Dec 2008 00:42 by witcha in life
กราบสวัสดีมิตรรักแฟนบล็อกที่รักทุกท่าน ขนาดผมหายไปหลายวันก็ยังมีคนแวะมาเยือนประมาณ 500 คน ต่อวันเห็นจะได้ มอง stat แล้วชื่นใจจริงๆ คราวนี้ผมเลยมาเป็นซีรีส์ พาเที่ยวเมืองปายให้อิ่มหนำสำราญกัน ปิ๊กปายกันเต๊อะหมู่เฮา
ผมมาดำริได้ว่าควรจะไปเที่ยวพักผ่อนซะบ้างก็ตอนวันที่ฉาย อภัย:มณี วันเสาร์นั่นแหละ เห็นชาวเอ็กซ์ทีนไปเที่ยวต่อกันแล้วไม่ได้ไป อิจฉาเล็กน้อย เอาวะ งั้นตูไปงานเทศกาลหนังเมืองปายดีกว่า ชวนพรรคพวกกันไป ได้มา 3 คน มีไอ่เม่น กับพี่มิ้ม กับผม ก็ไปจัดเตรียมซื้อของใกล้ๆวันจะไปนั่นแหละ
ปรากฎว่า พี่มิ้มแคนเซิล (ใครที่ไปดู อภัย:มณี คงจะจำคนที่แจกตั๋วกับโปสการ์ดได้ นั่นคือพี่มิ้มครับ) เพราะติดทดลองงานเป็นหมอนวดสปา อโรม่าเธอราพี ไม่เป็นไร เราก็ทำได้แค่ส่ง SMS ไปเยอะเย้ยว่า "ขึ้นรถไฟแล้ว" "ลำปางหนาวมาก" "ปายหนาวเชี่ยๆ" อะไรทำนองนี้ ให้เจ๊เขาตาร้อนเล่นๆ
วันเสาร์ พอดีมีติดงานที่ออฟฟิศ ก็เอาตะกร้าผ้ามาวางไว้ตำแหน่งประจำให้แม่บ้านเอาไปซัก กลับมาจะได้จัดกระเป๋า ปรากฏว่าเช้าวันอาทิตย์กลับมา ผ้ายังกองอยู่ที่เดิม
ซวยยยยยย
พลิกวิกฤติเป็นโอกาส เดินเข้าห้าง ซื้อเสื้อผ้าใหม่ยกกระเป๋าเลย รูปที่จะได้เห็นผมต่อไปนี้ จึงเป็นเสื้อใหม่ล้วนๆเพิ่งจะแกะป้ายราคาออกนะคร้าบบบบบ
ตกเย็น ผมก็พร้อมเดินทาง นัดไอ่เม่นเจอกันที่เคเอฟซีหัวลำโพง ตรงโต๊ะชั้น 2 เดินเข้าไปพนักงานจ้องทั้งร้านครับ สั่งอะไรมากินได้ซัก 15 นาที ไอ้เม่นก็เดินตามมาสมทบ ประโยคแรกที่มันเจอผม มันพูดว่า
"กูรู้แล้วว่าทำไมพนักงานถามกูว่า ชั้น 2 ใช่มั้ยครับ"
เพราะว่าผมแต่งตัวแบบนี้ไงล่ะครับ
เป็นเซเลบเกาหลีมากๆ 55555 

(หมายเหตุ รูปนี้ถ่ายด้วยกล้องมือถือ ภาพเลยไม่ค่อยเจ๋งเด้งเท่าฟิล์ม) นี่คือยังไม่เต็มยศ ถ้าเต็มยศจะใส่แว่นสีชาด้วย ขอเปรี้ยวซักวันเหอะวะ
ส่วนมันเองก็พอกัน ใส่เสื้อกรีนพีซ สีเขียวอื๋อ พร้อมทรงผมตั้งเป็นหนามสมชื่อมัน

แล้วเราก็ขึ้นรถไฟ.............................. ตัดไปที่ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ที่จังหวัดไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้อยู่กลางหุบเขา มีหมอกปกคลุมพร้อมกับแสงสลัวๆจากด้านนอก เห็นตู้เสบียงเปิดก็รีบแจ้นไปที่ตู้เสบียงทันที นั่งปุ๊บสั่งอาหารเช้าไฮโซมากินให้สมกับที่ทำตัวเป็นเซเลบชั่วคราว
อาหารมีไข่ดาว หนมปัง ชีส แฮม ใส้กรอก ประมาณนี้
ไอ่เม่นตามมาสมทบ กินๆกันไปถึงได้รู้ว่าเมื่อคืนนี้รถไฟเสีย ดีเลย์ไปประมาณ 3-4 ชม. (รถไฟตกรางคงจะไม่รู้ตัวด้วยมั้งตู
) เราก็รอให้ถึงลำปาง เพื่อจะกดเมสเสจ
"ล...ำ...ป...า...ง...ห...น...า...ว...ม...า...ก" โอ้วววววว ฟินเนอเร่
หลังจากที่ฟินเนอเร่ลำปางหนาวมากกันสะใจ ส่งไปให้เพื่อน 3-4 คน ไอ่เม่นก็บอกให้ผมหยิบกล้องขึ้นมาเตรียมถ่าย เพราะวิวแถวๆถ้ำขุนตาลสวยมากๆ ผมก็ได้ภาพมาประมาณนี้ครับ
ภาพข้างบนเป็นหมู่บ้านข้างทาง ถ่ายออกมายังกะซีรีส์เรื่อง LOST

วิวตรงนี้เหมือนแอฟริกาเลย

ตรงนี้เป็นเหวลึกครับ มองลงไปขาสั่นเลยทีเดียว
รูปนี้คือสถานีขุนตาลครับ หมูหมากาไก่เดินกันขวักไขว่ไปหมด พยายามหาจุดที่ไม่มีสัตว์ครับ
ประมาณช่วงสายๆเราก็ไปถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ ขอสารภาพว่าไม่เคยมาเหยียบดินแดนเชียงใหม่เลย ภาคเหนือที่เคยไปมีแค่เชียงรายเท่านั้น (และมักมีจุดประสงค์แอบแฝงเสมอ เช่น ไปทำหนัง ไปแม่สาย ไปหากิ๊ก ฯลฯ ไม่เคยไปแบบตั้งใจเที่ยวจริงๆเลยด้วย) ไปถึงปุ๊บก็รีบเหมารถไปอาเขตเพื่อจะนั่งรถบัสไปอำเภอปายครับ

ใครไม่รู้ที่อาเขต แต่ดูหงอยๆดี เลยยกกล้องขึ้นมาถ่าย (ติสต์แตกเล็กน้อย
)
ก่อนจะขึ้นรถผมก็ซัดยาแก้เมาซะ 1 เม็ด ขึ้นรถยังไม่ทันจะออกเลย เริ่มง่วงแล้ว ไอ้ยานี้มันสุดยอดมากๆ ผมจะเล่าสรรพคุณของมันให้ฟัง คือมันเป็นยาที่ทำให้ผมหลับได้แบบไม่รู้สึกตัวเลยภายใน 20 นาที แล้วถ้าตื่นขึ้นมาก่อนยาจะหมดฤทธิ์ มันจะทำให้สูญเสียการทรงตัวยิ่งกว่าเมาเหล้าซะอีก ถ้ารถแวะปั๊มให้ฉี่ ผมก็จะเดินโซเซไปฉี่แบบเมาๆ ก๊งๆ เหมือนเพิ่งจะออกจากผับ ต่างกันตรงที่ ผมเมาเหล้าแล้วเฮฮา แต่เมายาตัวนี้จะหน้าเป็นตูด
เอาละ ระหว่างทางจากเชียงใหม่ไปปาย ผมจะไม่ถ่ายรูปอะไรทั้งสิ้น เพราะอยู่ในช่วงก๊งๆ ถึงปายก่อนค่อยว่ากัน ไปถึงปุ๊บ ยาหมดฤทธิ์พอดี หาของกินก่อนเลย หิวมาก ไอ่เม่นก็เข้าใจซื้อของกินมากๆ พอตูไปกินไก่ย่างห้าดาว
ไอ่เม่นเอ๊ยยยยย
ไก่ย่างห้าดาวอยู่กทม.มีให้กินเยอะแยะ เสือกอยากมากินที่ปาย (ซึ่งของกินเรียงรายเป็นตับ) ถ้าไม่ติดว่าตูก๊งๆอยู่นะ จะด่าเข้าให้ 
แต่เอาวะ หิวมาก มีไรก็กินไปก่อน 
แล้วไอ้เรื่องการแต่งตัวของสองคนนี้ พอมาถึงเราจึงได้รู้ว่า เรามาผิดคอนเซ็ปต์อย่างแรง เพราะคนอื่นเขาเป็นเรกเก้กันหมด มีเราเป็นเกาหลี จะบ้าตายยยยย
เสื้อเขียว เหลือง แดง อยู่กันอย่างสมานฉันท์ เรกเก้กันหมดเลย
กินเสร็จก็โทรเรียกเกสต์เฮาส์ให้มารับครับ ก็มาได้ทันใจอย่างยิ่ง แสดงว่าไม่ไกล ... แต่พอซ้อนรถมอไซค์ไป...เชี่ย เป็นกิโลเลยนี่หว่า แต่มีคนแนะนำว่าให้พักนอกๆ จะคุ้มราคาและได้สัมผัสเมืองปายมากกว่า ก็ว่ากันไปอ่ะ
เกสต์เฮาส์ที่ผมไปพัก อยู่เยื้องๆกับทางขึ้นไปที่วัดพระธาตุแม่เย็น (จะเย็นไปไหนน่อ อากาศก็เย็นๆอยู่แล้ว ยังจะตั้งชื่อให้เย็นอีก) เกสต์เฮาก็อยู่สบายสไตล์คันทรี่ครับ จะว่าไปผมว่ามันคันทรี่ที่สุดในเมืองปายแล้วล่ะ มีชื่อว่า "แม่เย็นเฮาส์" (เขาลดราคาให้เพราะผมจะโฆษณาให้ในบล็อก 55555555 นิดส์นึงนะครับ)
หน้าตาก็ประมาณนี้ครับ

ในนั้นก็มีเตียง ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น (อันนี้สำคัญมาก) แค่นี้ผมก็พอใจแล้วล่ะ ที่สำคัญมันเป็นเครื่องทำน้ำอุ่นรุ่นพี่โน้ตใช้ด้วยนะ มันเขียนว่า "อันตรายถึงตาย ถ้าไม่ติดตั้งสายดิน!"
แต่ผมเห็นสายกราวด์แล้ว น่าจะถึงดินอยู่ เขาคงขี้เกียจแกสติ๊กเกอร์นั่นออก
แต่ผมเห็นสิ่งที่อันตรายกว่านั้น พระเจ้า เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น ครูเคยสอนผมว่า "ยุงร้ายกว่าเสือ" นั่นคือยุงตัวเล็กๆแถวบ้านแต่นี้.....แม่เจ้า....ยุงตัวเท่าแมงมุม เกาะอยู่ตรงผนังห้องน้ำ ผมไม่รีรอเลยครับ
ป้าบบบบบบบบบ ตายสนิท ไม่เคยเห็นใส้ยุงทะลัก ก็ได้เห็นกันคราวนี้ เพราะมันตัวใหญ่จริงๆ
(ตกลงนี่โฆษณาให้รึเปล่าวะเนี่ย) จริงๆเกสต์เฮาส์นี้ผมชอบมากครับ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังเรื่อยๆว่าทำไมผมอยากไปพักที่นั่นอีก
ปิดท้ายด้วยภาพตะวันตกดินสวยๆ ถ่ายที่เกสต์เฮาส์นี้แหละครับ ตอนต่อไปผมจะพาเที่ยวเทศกาลหนังเมืองปายครับ
ปล. 1 ภาพที่เห็นทุกภาพ ผ่านการรีทัชแต่งสีมาแล้วเรียบร้อย (ผมไม่ได้ทำหนังสือสารคดีหนิ
)
ปล. 2 เรื่องแก้ผ้าท้าลมหนาว ผมไม่ได้อำนะ
รอดูแก้ผ้าท้าลมหนาวอยู่นะครับ
#1 By ปอนปอน on 2008-12-05 02:29