แอ่วปายม่วนใจ๋น่อ ตอน ไม่มีพรมแดง มีแต่น้ำค้างพรม
posted on 06 Dec 2008 22:28 by witcha in films ใครยังไม่ได้อ่านตอนก่อนหน้า เชิญด้านล่างได้เลยครับ
ตอน เซเลบเกาหลี vs บ๊อบ มาร์เล่ย์ คลิก

หลังจากพักผ่อนหายเหนื่อย ก็ถึงโปรแกรมหลักที่ผมกับไอ่เม่นดั้นด้นมาจนถึงเมืองปาย นั่นก็คือ ไปนอนดูหนัง นั่งฟังเพลง กลางปาย ที่จากในแบนเนอร์ในรูปดูจะเป็นงานแบบชิลๆนั่งเสพกันอย่างสบายใจ เราเดินออกจากเกสต์เฮาส์ผ่านแม่น้ำปายตรงสะพานคอนกรีต เห็นอาทิตย์เพิ่งลับภูเขาไป เป็นแสงสีน้ำเงินสวยมากๆผมเลยหยิบกล้องมือถือขึ้นมาถ่าย (คืนแรกไม่เอากล้องฟิล์มไปครับ กลัวน้ำค้าง เพราะกะจะอยู่ดึกกัน) แล้วก็โดยบังเอิญเพราะไม่ได้ดูข่าว วันนี้มีปรากฎการณ์พระจันทร์ยิ้มด้วย

ไม่ได้สังเกตครับ ว่าจะถ่ายแสงสุดท้ายของวัน แต่ติดพระจันทร์ยิ้มมาด้วย
ก่อนจะเข้างานเทศกาล ผมกับไอ่เม่นขอไปหาอะไรกินกันที่ตลาดก่อน ซึ่งสีสันราตรีเมืองปายนั้นดูสวยงามและศิลป์โดยไม่ตั้งใจ ต่างจากกทม.มากมาย ผมว่าเมืองนี้มันคือศูนย์รวมศิลปินชัดๆเลยนะ

ขอจิ๊กภาพจากกล้องฟิล์มของวันอื่นมาใช้ด้วยละกัน ดู abstract เล็กน้อย นี่คือสีสันของเมืองปายครับ

นี่คือถนนคนเดินครับ ร้านโปสการ์ดเรียงรายอยู่ร้าน โปสการ์ดที่นี่ขายดีจริงๆครับ ผมก็หยิบติดมือมาหลายใบ

ภาพนี้ดูเป็นเทศกาลคริสต์มาสดีนะ +ภาพสาวนักท่องเที่ยวจากเมืองปายเอามาให้ดูเป็นคนแรก

หนาวขนาดไหนดูเอาเอง หายใจเป็นไอเลย (เขาว่า 4 องศาครับ)
เดินหากับข้าวกินอยู่นานครับ เลือกไม่ถูก กินนั่นกินนี่เล็กๆน้อยๆไปเรื่อย ผมก็หาซื้อเฟอร์นิเจอร์ติดตัวเพิ่มเติม เพราะดูแล้วแค่เสื้อหนาวตัวเดียวคงจะกันหนาวไม่อยู่แน่ๆ ไปได้ผ้าพันคอกับหมวก (ที่ดูเหมือนจะใส่ได้เฉพาะที่ปายล่ะมั้ง)แต่ไหนๆก็ไหน ผมมาธีมเกาหลี ก็ไม่ควรจะหลุดธีมไปใส่หมวกบ๊อบ มาร์เล่ย์ เลยตัดสินใจซื้อหมวกอันนี้มา กับผ้าพันคอสีดำ (รูปนี้เถื๊อนเถื่อน 55555)
แล้วก็มาหยุดอยู่ที่ร้านหนึ่ง รู้สึกจะชื่ออโบดาบา หรืออะไรนี่แหละ จำไม่ค่อยได้แล้ว คนน้อยดี มีฝรั่งมานั่งไม่กี่คน เป็นร้านเก้าอี้ไม้สไตล์คันทรี่ สวยดีทีเดียว แต่ไม่สั่งเยอะครับ สั่งมากินอย่างสองอย่าง แล้วกะไปเดินกินในตลาดต่อ แล้วผมก็พบว่าต้มข่าไก่เขาอร่อยมากๆทีเดียวแหละ

เสียดายอย่างนึง ไม่รู้จะหวงไก่ไปไหน ต้มข่าไก่ แต่ไก่น้อยไปหน่อย ไปเน้นที่เครื่องซะมากกว่า แต่เครื่องเขาถึงครับ อร่อย งั่มๆๆ
กินเสร็จอิ่มหนำสำราญ เราก็เดินไปที่หลังโรงเรียนอนุบาลเพื่อไปดูเทศกาลหนังกัน ค่าเข้าโฆษณาว่าเป็นร้อย เอาเข้าจริงพอไปถึง ลดราคาลงเหลือแค่ 50 บาท ก็เริ่มจะเอะใจแล้วล่ะว่าทำไมตั๋วมันลดราคาลงครึ่งนึงเลยวะ แต่ไม่สนใจ ตูมาถึงแล้วตูก็จะดู

ทางเข้างาน เป็นเมืองคานส์แบบบ้านๆดีครับ ชอบๆ

มี Backdrop ให้ถ่ายรูป ประดุจตูเป็นดาราแห่งขุนเขาเมืองปาย 
ค่าเข้า 50 บาท เหมือนที่ประกาศกันปาวๆในตลาดจริงๆด้วย ผมหยิบโปสเตอร์แจกฟรีมา 2 ใบ แล้วก็เดินเข้างาน จะมีคนมาปั๊มแขนเหมือนเวลาเข้าผับ (ซึ่งถ้าคุณไม่อาบน้ำตลอดทริป คุณสามารถเนียนเข้าฟรีได้ในวันที่เหลือ
) ทางเดินเข้างานเหมือนจะไปนั่งกินอาหารตามแพที่อุบลฯบ้านผมเลย ต้องเดินข้ามคลองเล็กๆ เป็นสะพานไม้ไผ่ จุดคบไว้อารมณ์เดียวกับปืนใหญ่จอมสลัด
เดินข้ามไปปุ๊บก็จะพบกับทุ่งโล่ง เต้นท์ จอหนัง 3-4 จอ และดิสเพลย์

ดิสเพลย์เก๋ไก๋ไม่เบาทีเดียวครับ แต่ผมผิดหวังที่หนังยาวที่เอามาฉาย กลับฉายด้วยเครื่อง video projector แทนที่จะฉายด้วยฟิล์ม ทำให้ไม่ได้อารมณ์แบบอนาล็อกเหมือนที่คาดหวังเอาไว้ (กรุณาปรับปรุงครับถ้าจะจัดอีก) แล้วคนก็น้อยโหลงเหลงมากครับ ซึ่งก็ไม่แปลกใจเพราะอากาศหนาวสัดๆเลยครับ ไอ้ที่หายใจเป็นไอตอนอยู่ที่ถนนคนเดิน ที่นี่ขอบอกเลยว่า หายใจเป็นควัน คือมันเห็นชัดมากเพราะมันหนาวชื้นมากครับ
มีหนังฉายอยู่ 3-4 จอ กลางแปลง ขอชมว่าทีมงานเซ็ทระบบเสียงได้ดีมาก เสียงไม่กวนกันเลย จอใครจอมัน ผมกับไอ่เม่นไปเดินดูตามบูธว่ามีอะไรร้อนๆกินมั่ง นอกจากเบียร์ (ที่เหมือนคนจะไม่อยากกินเท่าไหร่เลย เพราะอากาศมันเย็นอยู่แล้ว) ก็มีแค่น้ำเต้าหู้ร้อนๆเท่านั้น เสียดายที่กาแฟเมืองปายขึ้นชื่อมาก แต่ไม่ยักมีเครื่องดื่มประมาณ คาปูชิโน่ เอสเพรสโซ่ โกโก้ร้อน มาขายให้กินกันในงาน ถ้ามีมันจะเวิร์คมากเลยล่ะ

ดูซิ นั่งดูหนังกันสวีทเชียว ฮึ
ผมไปจับจองที่นั่งตรงที่เป็นโต๊ะเตี้ย อยู่บนฟลอร์ที่ทำขึ้นมาใหม่อีกที (ปูพรมด้วยนะ แต่เป็นพรมสีเทา) แต่พอขึ้นไปเท่านั้นแหละ โห พรมเปียกมากครับ แล้วตามโต๊ะก็เปียกน้ำค้างพอกัน แสดงว่าน้ำค้างลงเยอะมาก ผมไปถึงก็นั่งดู Me Myself ที่ฉายจนจะจบแล้ว ต่อด้วย 2499 อันธพาลครองเมือง กะรอโปรแกรมหนังสั้น 10 ผกก.ดัง ซึ่งจะฉายตอน 4 ทุ่ม แต่แบบ....แม่ง หนาวเหี้ยๆเลยเว้ยเฮ้ยคุณผู้จัด นี่แค่ 2 ทุ่มกว่านะ เลยเดินเข้าไปดูในจอที่ฉายในเต้นท์ ฉายนางนาก ต่อด้วยแม่นาคพระขโนง ฉบับปรียา รุ่งเรือง (อายุร่วมๆ50 ปีแล้วเรื่องนี้) หนึ่งเป็นหนังที่ผมว่าน่ากลัวที่สุดตลอดกาล แต่....ฉายวันฮัลโลวีนดีกว่ามั้ยครับ ผมมานี่ผมอยากมาดูอะไรชิลๆ ไม่ใช่เย็นยะเยือกชวนขนลุกแบบนี้ ไม่เอาๆ สาวก็ไม่มีให้กอด เกิดอดใจไม่ไหวจับไอ่เม่นปล้ำทำไง
... กลับออกไปนั่งตากน้ำค้างตามเดิม
ตากไปได้ไม่ถึง 10 นาที ผมกับไอ่เม่นมองหน้ากัน .... แม่ง....ไม่ไหวแล้ว หนาวเหี้ยๆเลย กลับไปนอนดีกว่า แล้วก็พากันเดินกลับไปนอนที่เกสต์เฮาส์ พร้อมกับเปลี่ยนแผนระหว่างทางว่า...พรุ่งนี้ไม่เอาแล้ว เทศกาลหนัง ไปเที่ยวอย่างอื่นดีกว่า คุยไปก็กรามสั่งหงิกๆ เพราะ.....ปายหนาวมาก.....ครับ
ทางกลับเกสต์เฮาส์เปลี่ยวมากถ้าเดินช่วงกลางดึก ถ้าผมดูแม่นาคพระโขนงสงสัยเดินควงไอ่เม่นกลับเกสต์เฮาส์แน่ๆ 
....แล้วไอ่เม่นแม่งก็ห่วงทรงผมจัด ไม่ยอมใส่หมวก เริ่มมีไข้ตั้งแต่ตอนกลางคืน
...................................
ตอนต่อไป ผมจะพาไปแรดเมืองปายตั้งแต่ย่ำรุ่งเลยครับ รูปสาวๆจะเริ่มทะยอยมาในตอนนี้ โปรดติดตาม
อ่านไปขำไป
ปายหนาวมาก อย่าไปปล้ำพี่เม่นนะคะ
#1 By ชาเขียวaddict on 2008-12-06 23:27