แอ่วปายม่วนใจ๋น่อ ตอน กลิ่นตดสยบเจียงใหม่ (ตอนจบ)
posted on 10 Dec 2008 21:20 by witcha in lifeใครยังไม่ได้อ่านตอนก่อนหน้า เชิญด้านล่างครับ
ตอน แก้ผ้าท้าลมหนาว คลิก
ตอน อีตุ้ยแรดแต่เช้า อีเม่นไข้แดก คลิก
ตอน พรมแดงไม่มี มีแต่น้ำค้างพรม คลิก
ตอน เซเลบเกาหลี vs บ๊อบ มาร์เล่ย์ คลิก

มาถึงตอนสุดท้ายของซีรีส์ แอ่วปายม่วนใจ๋น่อ แล้วนะครับ
หลังจากที่กลับไปอาบน้ำที่เกสต์เฮาส์อีกรอบแล้ว ก็พลบค่ำพอดี คิวสุดท้ายที่ผมกับไอ่เม่นจะต้องทัวร์เมืองปายก็คือ ช้อปป้ิงงงงง
ของบางอย่างเล็งมาตั้งแต่วันแรกละ วันนี้จะได้ซื้อซะที ภาพข้างบนถ่ายที่สะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำปาย จุดเดียวกับที่ถ่ายรูปพระจันทร์ยิ้มแหละครับ ต่างกันที่ภาพนี้ถ่ายด้วยฟิล์ม

ถนนคนเดินที่ปายไม่ได้ต่างจากตลาดไนท์บาซาร์ที่มหาสารคามเท่าไหร่ แค่ของที่เอามาขายนั้นอาร์ตกว่าเท่านั้นเอง ที่นี่พวกของแฮนด์เมดต่างๆจะพยายามเป็นแบรนด์ "ปาย" กัน หรือไม่งั้นก็เป็น "บ๊อบ มาร์เล่ย์" หรือผสมๆกันไป เมื่อวานนี้ไปอ่านบล็อกหลายบล็อกในเอ็กซ์ทีนที่ไปเที่ยวปายกันมา จะบ่นอุบว่ากลิ่นอายความเป็นปายมันหายไปแล้ว ที่นี่วุ่นวายมากๆ ซึ่งผมก็ว่าจริง โชคดีที่ผมไปแบบไม่ได้คาดหวังอะไรจากปายมากนัก เลยเอนจอยกับมันได้เต็มที่ ถ้าปายอยากเป็นข้าวสาร ผมก็เป็นฝรั่งแบ็คแพคข้าวสารได้เช่นกัน 
ไม่รู้คิดไปเองมั้ย แต่พออัดภาพมารู้สึกว่ามันหว่องคาไวนิดๆ 5555






สิ่งที่ผมได้ติดไม้ติดมือกลับมา
1. โปสการ์ดประมาณ 20 ใบ คัดอยู่นานมาก เพราะพยายามหาสิ่งที่ตัวเองไม่สามารถถ่ายได้ พวกโปสการ์ดที่เป็นงานอาร์ตเวิร์คไม่เอา
2. เสื้อ 4 ตัว เป็นเสื้อยืดเทศกาลหนังเมืองปาย, เสื้อผ้าดิบ เพ้นท์คำว่า "ลางานมาปาย", เสื้อเพ้นท์โลโก้สันติภาพสไตล์บ๊อบ มาร์เล่ย์ + คำว่า PAI และเสื้อสกรีนลายปุ่ม iPod ที่เห็นแล้วโดนมาก เหมาะสำหรับการใส่เข้าผับหรือร้องเกะ ใครอยากเปลี่ยนเพลงก็มา Touch ผมได้เลย ฮิ้วววววว 

3. พวงกุญแจลายผี The Nightmare Before Christmas ใส่หมวกบ๊อบ มาร์เล่ย์ 2 อัน เอามาฝากเย้ย 2 คน ที่ไม่ได้ไป 
4. หมวกและผ้าพันคอเซเลบเกาหลี ในตอนที่ 1
ซื้อของเสร็จ เราก็เดินเข้าไปกินข้าวในร้านมุสลิม โฮมเมด ปาย ตอนแรกไม่มีคน แต่พอผมกับไอ่เม่นเข้าไปนั่ง คนตามเข้ามาเต็มเลย
ผมสั่งเสต็กเนื้อพริกไทย ส่วนไอ่เม่นสั่งปลาซาบะย่าง คือแบบ...เสต็กเนื้อพริกไทยรสจัดจ้านมาก ได้กลิ่นพริกไทยเต็มจมูก แต่อร่อยเทพมาก ส่วนปลาซาบะย่างก็แบบว่า...เป็นปลาซาบะตัวบักเอ้บ ทั้งตัว ห่อด้วยใบเตย นั่นคือไอ่เม่นกินคนเดียว แต่มันตัวใหญ่มาก ผมเลยไปช่วยแจม 
ปิดท้ายด้วยของหวาน ผมเห็นเมนูในร้านชื่อลาสซี่ผลไม้...สงสัยว่ามันคืออะไร ถามไปก็ได้คำตอบว่ามันคือโยเกิร์ตโฮมเมดใส่ผลไม้ลงไป อ้อ...น่าลองๆ พอเขาเอามาเสิร์ฟ เป็นโยเกิร์ตถ้วยยักษ์ ถ้าไม่เอาช้อนตักจะไม่เจอผลไม้ ตัดขึ้นมาจะเจอกล้วย แอปเปิ้ล อะไรอย่างงี้ (เสียดาย น่าจะใส่สตรอเบอร์รี่ มันจะแหล่มกว่านี้) แล้วโยเกิร์ตนี่แบบว่า เคยกินโยเกิร์ตดัชมิลล์ยุคแรกๆ ประมาณซัก 10 ปีก่อนได้มั้ยครับ ที่ไม่ได้หวานแบบเนี้ย มันจะเปรี้ยวปรี๊ดสะใจประมาณนั้นเลย สุดยอดดด ไม่ได้กินมานาน 

อันนี้คือหน้าร้านช่วงตอนกลางวัน จริงๆเขามีเค้กขายด้วยครับ แล้วเค้กนี่โคตรน่ากิน
เสียดายรูปอยู่ในโทรศัพท์ แล้วมันดันต่อลิงค์ไม่ได้ซะอีกวันนี้ เซ็ง
อันนี้เอามาฝาก สาวๆเมืองปาย ภาค 2

มาดช่างภาพมาเลย เห็นถือกล้องตัวใหญ่ถ่ายรูปแชะๆๆ อยู่หน้าร้านมิตรไทย

คนนี้ขายขนมปังอยู่หน้าเซเว่น ถ้าผมย้ายมาอยู่ปาย อาจอ้วนตายเพราะร้านนี้ 
เช้าวันรุ่งขึ้นก็ถึงเวลาแพคของกลับกรุงเต้บ เจ้าของเกสต์เฮาส์ใจดี ทำข้าวต้มเลี้ยงเราแต่เช้า (เกสต์เฮาส์อื่นเสียตังนะคร้าบบบ
) ข้าวต้มอร่อยเทพอีกต่างหาก สุโก้ยยยย จริงๆมีอย่างอื่นที่สมนาคุณฟรีอีก แต่ไปพักกับเขาเถอะครับ กินเสร็จก็กลับเข้าห้อง ไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง...
ไม่กี่วินาทีก่อนไอ่เม่นจะเข้าห้องน้ำ ผมก็ได้กลิ่นอันสุดยอดแห่งความ...เป็นญี่ปุ่น....ตดกลิ่นปลาซาบะ
พระเจ้า....ตูว่าคนกินถั่วตดเหม็นแล้ว ปลาซาบะนี่เข้าขั้นตดเน่า (มันว่าผมเป็นสกั๊งค์ในวันแรก วันนี้มันเป็นเองครับท่านผู้ชม
)
แพคของเสร็จเรียบร้อยเราก็ลาเจ้าของเกสต์เฮาส์ แล้วก็ขับมอร์ไซค์ไปคืนร้านที่ในเมือง ซัดยาแก้เมา แล้วขึ้นรถตู้ไปเชียงใหม่ นั่งข้างคนขับเลยครับผมนั่งติดประตูซ้าย ไอ่เม่นนั่งกลาง
ระหว่างทาง ผมกับไอ่เม่นหลับเป็นตายเพราะยาแก้เมา พอรถจอดพักอยู่บนเขาผมก็เดินออกไปฉี่ด้วยอาการเมาก๊งๆ แล้วก็ยืนหน้ามุ่ยจนไอ่เม่นไม่กล้าคุยด้วย (ยานี่เมาแล้วเครียด ชิบหายมาก) กินฮ็อตด็อกแก้หิวไป 1 อัน แล้วกลับขึ้นไปนอนต่อบนรถ
พอใกล้ถึงอาเขต ไอ่เม่นก็ตื่น ส่วนผมตื่นตั้งแต่ถึงแม่ริมละ สงสัยยาหมดฤทธิ์ รถกำลังจะเข้าอาเขตแต่ติดไฟแดง ผมก็เห็นคนขับรถเปิดกระจกลง ไม่ถึง 2 วินาทีผมก็ทราบสาเหตุ...พระเจ้า...
ตดกลิ่นปลาซาบะ มาอีกแล้ว....
สงสารฝรั่งที่นั่งอยู่แถวหลังมากๆ กลิ่นอยู่ต้นลมแอร์พอดี ไอ้คนข้างหลังถ้ามันเปิดกระจกได้ผมว่ามันเปิดแล้วอ่ะ ดีไม่มีคนอ้วก และกำลังจะถึงอาเขตแล้ว ส่วนคนขับรถมองหน้าผม...มามองตูทำไม ต้นตออยู่ข้างๆคุณนั่นแหละ ผมก็มองไอ่เม่นแบบเย้ยๆ คนขับก็รู้ได้ทันที ส่วนผมก็เปิดกระจกรถไล่กลิ่นออกไป
แล้วคนขับก็ทิ้งท้ายว่า...
"เหม็นสลบจริงๆ" ![]()
พอรถจอดที่อาเขต สงสัยกลิ่นจะยังไม่ทันจาง คนที่อยู่ข้างหลังรีบจ้ำอ้าวออกจากรถไปสูดอากาศบริสุทธิ์โดยที่รถยังไม่จอดสนิทด้วยซ้ำ ....
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ปลาซาบะ...ทำให้ตดเหม็นสุดยอดยิ่งกว่าถั่ว ![]()
![]()
![]()
นี่ผมไม่พูดถึงประเด็นนี้กับมันเลยนะ กะอัพบล็อกไปเลย ![]()
เอาละ ยังมีเวลาที่เชียงใหม่อีกหลายชั่วโมง ผมกับไอ่เม่นก็ไปซื้อของฝากอีก คราวนี้เป็นของกินยอดฮิตคือใส้อั่วและน้ำพริกหนุ่ม แล้วก็ไปรอที่สถานีรถไฟ ระหว่างที่รอผมเห็นร้านนวดแผนไทย ก็เลยต้องไปทำสปาให้ครบสูตร
เลยเข้าไปหาหมอนวด ส่วนไอ่เม่นก็ชิ่งไปร้านหนังสือซะ
จริงๆไม่เคยโดนนวดแผนไทยมาก่อน ถือว่ามาเปิดซิงนวดที่เชียงใหม่...พอนวดเสร็จ...ปวดไปทั้งตัวเลย 
4 โมงครึ่ง รถไฟออก เราก็เดินทางกลับกรุงเต้บ พร้อมส่งท้ายด้วยวิวสวยๆช่วงตะวันคล้อยครับ


สุดท้ายจริงๆ ภาพจากทริปนี้มีเยอะมาก ประมาณเกือบ 200 ภาพ หลายภาพสวยกว่าที่เอามาให้ดูในบล็อก แต่มันเล่าเรื่องไม่ได้เลยอดโชว์ ตามไปดูได้ในเว็บ Flickr! ครับ คลิก
สัดมาก ๆ
โอ่ย นั่งอ่านแล้วปวดตับมาก จะขำดังก็ไม่กล้า เดี๋ยวคนอื่นด่า
แล้วเม่นจะมาอ่านบล็อกมึงหรือเปล่าตุ้ย
ยินดีต้อนรับเม่นเข้าสู่คนสังคมเดียวกับเจ๊จ๊ะ
#1 By มนุษย์ที่ขี้บ่อยใน 3 โลก on 2008-12-10 22:28