คำเตือน : ภาพเยอะโคตรครับ โหลดโหดแน่นอน

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมไปเมืองนอก โดยที่ไม่นับประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและพม่าที่เดินข้ามเขตไปก็ถึงแล้ว ที่ไปครั้งนี้ก็เพื่อไปร่วมงานพิธีรับปริญญาพี่สาวผม ที่มหาวิทยาลัยแห่งริวกิวครับ เมืองนาฮา จังหวัดโอกินาว่า

ก่อนไปได้รับคำเตือนนิดหน่อยว่าให้ลืมความเป็นญี่ปุ่นๆไปให้หมด ไม่ว่าจะเป็นซากุระบาน ปราสาทโบราณ ซามูไร นินจา มันไม่มีที่โอกินาว่าครับนิทรรศการภาพถ่ายครั้งนี้ผมไม่สามารภเก็บภาพด้วยกล้องฟิล์มคนเดียวหมดครับ ต้องมีกล้องดิจิตอลคอมแพ็คมาช่วยบ้างเพื่อความคล่องตัว ทุกภาพผ่านการเกลี่ยสีแล้ว แต่ไม่มีการรีทัชอะไรออกไปนะครับ

Taipei Airport

สนามบินไทเป ไต้หวัน / ดิจิตอล 

การเดินทางไปจังหวัดโอกินาว่าใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชม. สำหรับขาไป และ 4 ชม. สำหรับขากลับ ที่ต่างกันเพราะตอนเปลี่ยนเครื่องที่ไต้หวันต้องรอ 3 ชม. (ขาไป) และ 1 ชม. (ขากลับ) ครับ เดินทางด้วยสายการบิน China Airlines ที่ผมเมาเครื่องมากๆ เพราะไม่เคยนั่งเครื่องบิน 3 ชม. รวดมาก่อนช่วงที่ขึ้นจากสถวรรณภูมิไปไต้หวัน

Colorful Buffs at Taipei Airport

น้องควายฝีมือเด็กอนุบาล (เหลือเชื่อมากๆ) / ดิจิตอล

ภาพข้างบนเป็นงานศิลปะของเด็กอนุบาลไทเปหลายๆโรงเรียนครับ ทำเป็นรูปควายตกแต่งสีสันโดดเด้ง ทำโรงเรียนละตัว โปรดสังเกตดอกไม้ด้านล่างเขาเอา CD มาทำ เป็นไอเดียที่กิ๊บเก๋ไม่หยอกทีเดียว อนุบาลไทยแลนด์น่าเอามาทำบ้างนะครับ ท่าทางจะสนุกดี บ้านเราอาจจะให้เด็กเพ้นท์ช้างอะไรอย่างงี้ 

Okinawa Street

โรงเรียนสอนดนตรีตรงสี่แยกในเมืองโอกินาว่า / ฟิล์ม

โอกินาว่าเป็นเมืองที่ได้รับอิทธิพลจากจีนซะเยอะกว่าญี่ปุ่น เพราะสมัยโบราณที่นี่เป็นอาณาจักรหนึ่งที่มีภาษาเป็นของตัวเองด้วยครับ แต่ก็โดนญี่ปุ่นตีซะ วัฒนธรรมโอกินาว่าดั้งเดิมจึงเหลืออยู่น้อยมาก โดนวัฒนธรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่ครอบงำไปหมดแล้ว แต่คนเฒ่าคนแก่ที่นี่จะเรียกตัวเองว่าเป็นคนโอกินาว่าครับ ไม่ใช่คนญี่ปุ่น เป็นประวัติศาสตร์แสนเศร้าของที่นี่ครับ คอยอ่านต่อไปว่าเกินอะไรขึ้น

ลงจากเครื่องผ่านตม. เรียบร้อย พี่สาวผมก็พาไปกินสุชิครับ ร้านชื่ออะไรจำไม่ได้ละ ไม่ได้ถ่ายรูปหน้าร้านไว้ด้วย ผมได้พบกับความตื่นตาตื่นใจตั้งแต่อาหารยังไม่เสิร์ฟเลยทีเดียว

Very Hot Green Tea

ก๊อกน้ำร้อนสำหรับชงชาเขียว / ดิจิตอล

ที่นี่จะมีก๊อกน้ำร้อนที่โต๊ะสำหรับชงชาเขียวครับ แล้วก็จะมีชาเขียวกระปุกเล็กๆไว้ให้ตักใส่ถ้วย ชงกันเองได้ไม่ยั้ง และชาเขียวอร่อยมากๆ  สุชิก็อร่อยโคตรๆครับ มันต่างจากที่กินเมืองไทยมากๆเพราะปลามันสดกว่า ปลาดิบจะออกหวานๆนิดๆ ไม่คาวเลยครับ

Sushi

สุชิอันซ้ายเป็นปลาหมึก ส่วนอันขวาเป็นแซลม่อนกับอะโวคาโด้ครับ / ดิจิตอล 

สุชิร้านนี้มีหลายอย่างให้เลือก ตั้งแต่เบสิกๆอย่างปลาหมึก กุ้ง แซลม่อน ไปจนถึงของไฮโซอย่างปลาไหลญี่ปุ่น ซึ่งผมไม่เคยกินมาก่อน หรือหอยเม่นก็มีให้กินนะครับ แต่กว่าจะนึกได้ว่าต้องถ่ายรูปมันมาด้วย ก็เข้าปากไปเรียบร้อยแล้ว  (ถ่ายรูปอาหารมันยากอย่างนี้นี่เอง) ผมไม่ค่อยชอบปลาไหลเท่าไหร่ รสชาติมันเหมือนปลาช่อนบ้านเรา แต่จะมีอย่างหนึ่งที่ผมกินไม่ได้เลย คือชิโสะครับ ชิโสะเป็นผักเครื่องเคียงอย่างหนึ่ง ที่ผมเกลียดกลิ่นมันมากๆ กลิ่นมันเหมือนแมลงเหม็นๆที่ชอบมาตกใส่อ่างปลา แล้วพอไปตักมันขึ้นมาจากน้ำมันจะกลิ่นแบบนี้เลย แหวะ  แต่ชิโสะเป็นของแพงนะครับขอบอก คิดราคาเป็นใบๆเลย คงเหมือนคนเกาหลีกับญี่ปุ่นกินผักชีบ้านเราไม่ได้นั่นแหละ ผมก็กินชิโสะไม่ได้เหมือนกัน

Look at These Dishes

จานกองพะเนิน / ดิจิตอล 

สุชิจะเสิร์ฟเป็นจานๆครับ จานละสองอัน กินเสร็จเลยเห็นจานกองขนาดนี้แหละ จริงๆโต๊ะผมถือว่ากินน้อยครับ โต๊ะอื่นจะเยอะกว่านี้มาก แนะนำตัวนิดส์หนึ่ง เสื้อเขียวซ้ายสุดคือแม่ผมครับ ถัดไปก็พ่อ ผมเอง และพี่เหมียว พี่สาวผมเองครับ

Kwan and Sis

พี่ขวัญ / ดิจิตอล

และโชเฟอร์ของเราที่จะพาเที่ยวตลอดทริปนี้ เพื่อนพี่สาวผมเอง พี่ขวัญครับ

Our Van

รถพี่ขวัญ / ดิจิตอล

อันนี้รถพี่ขวัญครับ คนที่นี่ชอบใช้รถหน้าตาป้อมๆแบบนี้ เพราะนอกจากจะราคาถูกแล้วยังภาษีไม่แพง และไม่ต้องซื้อที่จอดรถด้วย ถ้าเห็นรถญีปุ่นป้ายเหลือง คือรถเล็ก พวกนี้จะเก็บภาษีไม่แพง แต่ถ้าเป็นป้ายขาว จะเป็นรถใหญ่ ภาษีแพงขึ้นและต้องซื้อที่จอดรถด้วยนะครับ พวกป้ายขาวถ้าไม่ใช่ฝรั่งที่ฐานทัพอเมริกันขับ ก็จะเป็นคนที่มีฐานะหน่อยครับ

Gas Station

ปั๊มเชลล์ จริงๆเป็นป้ายสีเหลือง แต่ white balance มันออโต้ ปรับไม่ได้ เลยกลายเป็นสีเขียว / ดิจิตอล

Minimart

แฟมิลี่มาร์ท มีทั่วทุกหัวระแหง แข่งกับ Lawson, AAA และ Coco / ดิจิตอล

ผมไม่ได้เข้าแฟมิลี่มาร์ทในวันแรก เลยไม่รู้ว่ามันมีหนังสือโป๊ขายด้วยนะ แต่เหมือนจะต้องแสดงพาสปอร์ตอ่ะ ไม่กล้าซื้อมาเพราะไปกับครอบครัว และกลัวจะไม่ผ่านตม.ตอนกลับไทย (เอาสื่อลามกเข้าประเทศ) ที่นี่ไม่ต้องปิดแผงขายบุหรี่ และหนังสือโป๊มีเยอะเหมือนหนังสือกอสสิปในเซเว่นบ้านเรา เลือกได้ตามใจชอบ

แต่ที่นี่ไม่มีเซ็กส์ช้อป ผมถามมาแล้ว งงมาก  มีเกร็ดความรู้อย่างที่อยากจะบอกว่า ดาราญี่ปุ่นที่ดังๆส่วนใหญ่จะเป็นคนโอกินาว่าครับ เพราะคนที่โอกินาว่าจะตาโต โครงหน้าสวย ขณะที่คนเมืองอื่นจะตาเล็กๆครับ

ซื้อของเสร็จแล้ว ก็เข้าที่พักกัน โรงแรมอยู่ในมหาลัยครับ เป็นที่พักของพวกนักวิจัยหรือวิทยากร มีทั้งห้องเดี่ยวและห้องคู่ ก็โอเคทั้งสองอย่างสำหรับราคานี้ ข้างนอกหาไม่ได้หรอกครับ

A Room with a View

วิวยามเช้า / ดิจิตอล

ในห้องจะมีห้องน้ำ และมีห้องครัวให้ด้วยนะ ไฮโซพอสมควรเลยล่ะ ที่เก๋คือชุดนอนแบบญี่ปุ่นครับ

Me in Japanese Pijamas

ชุดนอนญี่ปุ่น / ฟิล์ม

ชุดนอนนี่แนะนำให้ใส่อะไรไว้ข้างในด้วย ไม่งั้นจะโหวงๆ และเปิดหวอได้ง่ายมากครับ 

เอาล่ะ ตื่นนอนแล้วก็ได้เวลาไปเที่ยวกัน วันแรกนี้ขอพาไปที่พิพิธภัณฑ์โอกินาว่าครับ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไหร่ ตั้งอยู่ติดกับห้าง Naha Main Place ครับ เดี๋ยวจะแวะไปกินชาบูชาบูกัน แต่ไปดูพิพิทภัณฑ์กันก่อนดีกว่า

Tunnel

ทางเข้าอุโมงค์ / ฟิล์ม 

ระหว่างทางก็ชมทัศนียภาพของเมืองไปด้วย ก็พบว่าที่นี่คล้ายขอนแก่นบ้านเรามากครับ แค่เทคโนโลยีล้ำกว่านิดหน่อย คือมีรถไฟฟ้าและส้วมอัตโนมัติ  แต่ก็เหมือนในหนังมากๆเลยล่ะครับ ถนนจะเต็มไปด้วยเนินมากมายเพราะสภาพภูมิประเทศที่นี่จะเต็มไปด้วยภูเขา ที่เห็นเป็นช่องสี่เหลี่ยมบนเนินทางขวาในรูปคือเขากันดินพังครับ

Morning at Campus

ถนนสีแดง / ฟิล์ม

ด้วยความที่มีเนินเขาอยู่มากมาย และฝนตกบ่อยมาก ถนนมักจะลื่น คนญี่ปุ่นแก้ปัญหาด้วยการเอาหินปะการังมาบดผสมลงไปเวลาทำถนน จะได้พื้นถนนสีแดงแบบนี้ครับ มันจะสร้างแรงเสียดทานมากกว่า ทำให้ล้อรถเกาะพื้นถนนได้ดีขึ้น ลงไปเดินหลังฝนตกยังไม่ลื่นเลยครับ แต่เขาจะปูเป็นบางจุดที่รถลงเนิน หรือจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากๆเท่านั้นครับ

พูดถึงฝน ที่นี่จะโหดร้ายกว่าบ้านเรา โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม จะเป็นช่วงที่ไต้ฝุ่นเข้าครับ ไต้ฝุ่นนี่สร้างความเสียหายอย่างร้ายกาจมาก ถ้าจอดรถไว้กลางแจ้งอาจถูกพัดปลิวได้! แต่พยากรณ์อากาศที่นี่ก็แม่นมากๆเช่นกัน ถ้าเขาบอกว่าฝนจะตก พกร่มออกจากบ้านได้เลย มันตกแน่นอน

Museum

ทางเข้าพิพิธภัณฑ์ / ฟิล์ม

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองครับ เป็นตึกใหญ่ๆรูปทรงเหมือนฐานทัพอวกาศ มีกำแพงเป็นรูป เก๋ไก๋มากมาย ข้างในมีงานแสดงแบ่งเป็น 2 โซน โซนปีกซ้ายเป็นประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์โอกินาว่า ส่วนปีกขวาเป็นงานแสดงนิทรรศการศิลปะภาพวาด ภาพถ่าย และศิลปะเด็ก ซึ่งก็จะเต็มไปด้วยการ์ตูนฝีมือของชาวโอกินาว่าครับ

เมื่อผ่านรั้วเข้าไป ก็จะพบกับบ้านโอกินาว่าสมัยโบราณ ในภาพข้างล่างครับ

Japanese Hut

Japanese Hut

กระท่อมโอกินาว่า / ฟิล์ม

กระท่อมของที่นี่หลังคาจะแข็งแรงมากๆ เพื่อกันลมกันฝนครับ

Museum

สวนหินถูกจัดไว้อย่างสวยงาม / ฟิล์ม

Museum

อ่างหินนี่มีไว้ทำอะไรไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่มันมีหลายไซส์มากครับ / ฟิล์ม

Museum

Japanese House

อันนี้เป็นบ้านสมัยโบราณ สามารถถอดร้องเท้าเข้าไปชมข้างในได้ครับ / ฟิล์ม

I Don't Know What Is It Names in English

กี่ทอผ้าเหมือนของอีสานบ้านเฮา แต่อันเล็กกว่า / ดิจิตอล

อาณาจักรโอกินาว่าทำมาค้าขายกับอโยธามาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วครับ เลยจะเห็นบางอย่างก็ได้อิทธิพลจากสยามมาเหมือนกัน เช่นกี่ทอผ้าข้างบนนี้ และคุณรู้หรือไม่ว่า สุชิของบ้านเขา ก็พัฒนามาจากปลาส้มบ้านเฮานี่แหล่ว เรื่องจริงนะครับ เคยออกทีวีช่อง NHK ด้วย (พี่สาวเล่าให้ฟัง)

Museum Wall

ชอบกำแพงนี่จริงๆ สวยมากๆเลยครับ / ฟิล์ม

Museum

เข้าไปก็จะพบกับล็อบบี้อันโอ่โถง / ฟิล์ม 

Buying Ticket

ช่องจำหน่ายบัตร / ฟิล์ม

ที่นี่ขายตั๋วแยกโซนกัน ตามที่เล่าไปแล้วครับ เผื่อใครที่อยากดูพิพิธภัณฑ์อย่างเดียว ไม่อยากดูแกลลอรี่ หรืออยากดูแกลลอรี่อย่างเดียวก็ได้ครับ

Mom

มีที่นั่งให้นั่งพักเหนื่อยด้วยนะ / ฟิล์ม

หลังจากนี้จะเป็นเขตห้ามถ่ายรูปแล้วครับ เพราะฉะนั้นเลยจะเล่าให้ฟังได้อย่างเดียว

เข้าไปด่านแรกจะเจอกับจอหนังพาโนราม่า เกือบๆ 180 องศา แต่ไม่ได้ใหญ่เหมือน IMAX โชว์กำเนิดของเกาะโอกินาว่า จะเห็นว่าที่นี่มีสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์อะไรบ้าง มีมนุษย์โอกินาว่า สูงแค่ 150 ซม. มีการส่องไฟใส่ซากดึกดำบรรพ์ประกอบด้วยครับ

โอกินาว่าเป็นเกาะศูนย์รวมสิ่งมีชีวิตที่แทบจะเรียกได้ว่าหลากหลายที่สุดในญี่ปุ่น เป็นเมืองร้อนของญี่ปุ่นที่มีพืชพันธุ์คล้ายบ้านเรา คนญี่ปุ่นเวลามาที่นี่จะตื่นตาตื่นใจกับพืชเมืองร้อนมากครับ แต่ถ้าคนไทยไปจะเฉยๆ เพราะที่บ้านเราก็มี ที่นี่มีส่วนที่เป็นป่าชายเลนด้วย จึงเต็มไปด้วยสัตว์นานาชนิด โดยเฉพาะ งู!!! ที่นี่มีงูเยอะ และหลายชนิดมากครับ จนแม้แต่ในมหาลัยยังต้องติดป้าย "ระวังงูฉ๊กสุเกะ" (ระวังงูฉกจู๋) อยู่ทั่วไป

Beware of Snakes

ป้ายเตือนให้ระวังงูในมหาวิทยาลัย / ฟิล์ม

นอกจากภูมิประเทศจะไม่เหมือนญี่ปุ่นเมืองอื่นๆ วัฒนธรรมก็ไม่เหมือนด้วยครับ ตามที่เล่าไว้ว่าโอกินาว่าเป็นอาณาจักรที่เคยโดนญี่ปุ่นตีได้ คนที่นี่ถูกย่ำยีโดยญี่ปุ่นครับ จึงไม่ชอบคนญี่ปุ่น สมัยช่วงยุคที่โอกินาว่าโดนญี่ปุ่นตี โอกินาว่ายอมแต่โดยดีครับ เพราะไม่อยากสู้รบกัน รักสงบว่างั้น ก็ตกเป็นของญี่ปุ่น แล้วก็โดนทหารญี่ปุ่นฆ่า ข่มขืน สารพัดจะทำ

ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นใช้โอกินาว่าเป็นสนามรบ เป็นที่เดียวในญี่ปุ่นที่มีการรบพุ่งกัน เพื่อจะได้ไม่ต้องไปรบกันในเมืองอื่น คือเขาจะเหยียดคนโอกินาว่าครับ นี่คือช่วงที่ก่อนที่ฮิโรชิม่าและนางาซากิจะโดนระเบิดนิวเคลียร์ถล่ม แต่พอญี่ปุ่นแพ้สงคราม กลับปิดข่าวไว้ไม่ให้ชาวโอกินาว่ารู้ แล้วก็แจกระเบิดให้ครอบครัวละลูก เพื่อให้ระเบิดตัวเองทิ้ง จะได้ไม่ตกเป็นของอเมริกา

ภาพประกอบโดย mcjessica, flickr!

ซึ่งกว่าคนที่นี่จะรู้เรื่องก็ตอนที่อเมริกามาช่วย เลยระเบิดตัวเองตายกันไปหลายครอบครัว ผู้หญิงก็พากันไปโดดทะเลเพราะกลัวจะถูกข่มขืนครับ คนโอกินาว่าเลยไม่ถูกกับญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบันนี้ บางคนขนาดไปสมัครงานที่เมืองอื่น พอเขารู้ว่าเป็นคนโอกินาว่าก็จะโดนเหยียดทันที

เศร้าพอแล้ว เราก็ไปดูแกลลอรี่ศิลปะกันครับ ในโซนแกลลอรี่ชั้นบนสุดจะเป็นงานแสดงภาพเขียนของศิลปินโอกินาว่า ซึ่งก็ไม่พ้นเรื่องสงครามอยู่ดี ลงบันไดมาเป็นนิทรรศการภาพถ่าย และล่างสุดจะเป็นนิทรรศการศิลปะเด็กครับ เป็นการ์ตูน แต่คงสู้พิพิธภัณฑ์จิบลิไม่ได้หรอก

ไม่มีรูปเลย เพราะทุกโซนห้ามถ่ายภาพครับ เราเลยออกมาด้านหลัง มีงานศิลปะกลางแจ้งอยู่ เลยมาถ่ายรูปกันครับ

Outdoor Exhibition

เท่ห์ดีครับ อยากได้มาตั้งที่บ้าน / ฟิล์ม

Bridge

ที่เห็นเป็นราวโค้งๆไกลๆ นั่นคือสะพานแขวนครับ / ฟิล์ม

Museum

ใช้ที่นี่เป็นโลเคชั่นถ่ายหนังไซไฟก็เหมาะดีนะครับ / ฟิล์ม

ยาวมากๆแล้วเอนทรี่นี่ ขอหยุดไว้แค่นี้ก่อน คราวหน้าผมจะพาไปกินชาบูชาบู และดูพิธีรับปริญญาของญี่ปุ่นกันนะครับ ไม่ชอบติได้ ชอบใจก็แจกดาวครับ หุหุหุ

........................

ภาพถ่ายด้วยกล้องฟิล์ม Nikon u (SLR) และกล้องดิจิตอล Canon IXY digital 60 ครับ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ว้าว....มีแต่ภาพสวยๆทั้งนั้นเลย
โอกินาว่า นี่น่าไปเที่ยวจริงๆ ถ้ามีโอกาสจะต้องไปให้ได้สักครั้ง
สวยงาม น่าไป cry Hot!

#2 By pisces on 2009-03-29 13:13

โอ้ววววววว... ละเอียดมากๆ ต้องกราบสวัสดีคุณพ่อ คุณแม่ และคุณพี่ๆ ด้วยนะครับ ขอฝากเนื้อฝากตัว ดูเหมือนว่าประวัติศาสตร์ของที่อื่นมันโหดร้ายกว่าของเราเยอะมากทีเดียว ถ้าเปรียบเทียบกับทางใต้ของบ้านเราแล้วของเรายังโหดร้ายน้อยกว่าเค้าเลยนะครับ แต่เค้าไม่เห็นมีโจรใต้อย่างของเราเนอะsad smile

ว่าแต่... คุณตุ้ยโดนงูฉกสุเกะมามั่งหรือเปล่าครับquestion confused smile

ปล. ไม่ลืมนะครับเรื่องของที่จะเอามาฝากปอน double wink

#3 By ปอนปอน on 2009-03-29 13:39

นึกถึง Final X
อยากไปโอกินาว่าสักครั้งในชีวิต

#5 By KennyHass on 2009-03-29 14:25

โห ไม่เคยรู้เรื่องราวในแง่มุมนี้ของโอกินาว่าเลยครับ
อ่านแล้วก็เศร้า
รูปสวยๆทั้งนั้นเลย จะรออ่านอีกครับ 555Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#6 By boon boon on 2009-03-29 15:16

ชอบตรงที่ให้ชงชาเองมีปุ่มกด

พี่สาวคุณตุ้ยหน้าตาเหมือนกะคุณตุ้ยเลย

อ่างหินนั้น เหมือนเตา embarrassed


ว่าแต่ป้ายระวังงู มันแปลแบบนั้นจริงเหรอ ตรงอื่นไม่ฉกเหรอ sad smile

#7 By ตุ้มเป๊ะ on 2009-03-29 15:18

อ่านสนุกครับ จะติดตามตอนต่อไป

นึกถึงหนังฮ่องกงเรื่องนั้น โอกินาว่า รองเดอวูส์

#8 By eak early : เอกเช้า on 2009-03-29 15:44

เฮ้ย ภาพสวยมาก ๆ อ่ะตุ้ย อันนี้ขอชมเลย Hot!



เอออีกอย่าง แกหน้าเหมือนพี่สาวมากๆ



รอชมตอนต่อไปนะ
ไม่คิดว่า โอกินาว่าจะมีประวัติที่เศร้าขนาดนี้ ขนาดคนที่ได้ชื่อว่าชาติเดียวกันในปัจจุบันยังเหยียดกันได้นะครับ อดีตคงขื่นขมจริงๆ เศร้าแทนคนโอกินาว่า

#10 By นายป้อ on 2009-03-29 17:26

ภาพสวย confused smile Hot!

#11 By Eddy on 2009-03-29 18:11

Hot!
โหลดโหดไส้ปลิ้น


อยากไปอ๊ะ...

#12 By ซับบาธ... on 2009-03-29 22:11

ไปเที่ยวแถมได้ความรู้มาฝากอีก รอดูตอนสอง

ป.ล. งูกับคุณปอน จะกลัวใครกว่ากันดี open-mounthed smile

#13 By oatato on 2009-03-29 23:07

ว้าวๆๆๆ Hot!

#14 By iDoi* on 2009-03-29 23:13

บ้านเมืองเขาสวยจัง...
เรื่องปัญหาในชาติอย่างโอกินาว่า น่าสลดพอๆกับปัญหาภาคใต้เราเลย

#15 By wesong on 2009-03-29 23:13

งูเยอะนี่เคยอ่านเจอในการ์ตูน

น้องควายสวยมาก!

#16 By เจน on 2009-03-29 23:49

ชอบบ้านเมืองที่นี่จัง
มันดูมีดีไซน์ดีแฮะ

cry confused smile big smile Hot!

#17 By h|b|b on 2009-03-30 00:54

#18 By Pack on 2009-03-30 08:48

รูปสวยมาก

ดูแล้วอยากไปบ้าง Hot!

#19 By PHAR' on 2009-03-30 09:34

เห็นแล้วอยากไปญี่ปุ่นบ้าง cry Hot!
Hot!

#21 By I N N O C E N T ! ! ! on 2009-03-30 11:33

ภาพสวยมากเลยค่ะ เห็นแล้วอยากไปกินปลาดิบ
ยังดินแดนต้นตำรับมั่ง
เราเคยไปร้านอาหารญี่ปุ่นที่สิงคโปร์
ตอนนั้นสั่งชาร้อน ก็แปลกใจทำไมมาแต่ถ้วยชา
ที่ไหนได้ ก๊อกน้ำร้อนเค้ามีอยู่แถวๆโต๊ะ
อายมากกกกก ดีนะเพื่อนชาวสิงคโปร์บอกก่อน
ไม่งั้นคง เรียกพนักงาน (คงอายกว่านี้)sad smile
รอชมตอนต่อไปนะคะ big smile

#22 By C-C on 2009-03-30 11:57

ไม่เคยรู้ประวัติโอกินาว่ามาก่อนเลย
น่าสงสาร


แต่เห็นภาพแล้ว
อยากไปโอกินาว่าซักครั้งบ้างจัง ^^

#23 By ✽FutoNekoko✽ on 2009-03-30 11:59

ถ่ายรูปสวยดีครับ
คุณตุ้ยใส่ชุดนั้นเหมือนยากูซ่าเลย 555

อยากจะไปบัางจังbig smile Hot!

รูปสวย บ้านเมืองสะอาด..big smile

#25 By :: KinG MoJi :: on 2009-03-30 12:05

ประวัติศาสตร์น่าเศร้าจริงๆค่ะ ขอบคุณที่นำมาเล่าสู่กันฟังนะคะHot!

#26 By ruk21us on 2009-03-30 12:08

อ่า โรงแรมสวย อาหารน่ากินนน
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ขอบคุณมากๆนะครับที่พาไปทัวร์ผ่านบลอค ^^
เหมือนได้ไปด้วยเลย เสียดายที่ในแกลลอรี่ห้ามถ่ายรูปนะฮะ
เห็นแล้วแอบนึกถึงขอนแก่นจริงๆด้วย(หัวเราะ) แต่ทำไมของเค้าสวยกว่าเยอะเลย~
ผมไม่เคยศึกษามาก่อนเลยว่าโอกินาว่าน่าสงสารขนาดนี้
ทั้งๆที่เคยอ่านการ์ตูนบ่อยๆ เศร้า

#28 By takara™ on 2009-03-30 12:35

ไปมารอบนึงเหมือนกันค่ะ คอนเฟิร์มว่าชอบโอกินาว่านะมันดูไม่เหมือนญี่ปุ่นดี ที่นั่นพูดจีนกลางกันได้เยอะมาก แม่ไปนี่สนุกเลยค่ะพูดกันยังกับไปเมืองจีนจนเราแทบไม่ต้องพูดญี่ปุ่นเลย
เป็นงั้นไปsad smile

เสียดายอย่างเดียวที่ไม่ได้ดูพิพิธภัณฑ์สมัยสงครามโลกและตรงศิลาจารึก
ชื่อผู้เสียชีวิตเป็นแสนคน แต่คิดว่าเข้าไปก็คงหดหู่ใจ ขนาดไปดูแค่
ตรงโดมสันติภาพ เห็นนกกระดาษสีๆเค้าพับเป็นพันเป็นหมั่นตัววางไว้เราก็รู้สึกเศร้าแล้วค่ะ

#29 By nuinthelewen on 2009-03-30 12:40

รูปสวยมากค่ะ Hot!
น่าสงสารคนโอกินาว่า นะค่ะ เป็นญี่ปุ่น แต่ เหมือนไม่ใช่

#30 By aconan5 on 2009-03-30 13:23

ภาพสวยงาม น่าไปHot!

#31 By น้ามชา on 2009-03-30 14:03

น่าไปจังbig smile


Hot!
ภาพสวยงามมากครับ ขอบคุณที่นำมาให้ชมกันครับ ^_^

#33 By Elta_kung on 2009-03-30 14:13

cry

ยินดีด้วยจ้า..

เด็กอนุบาลไทเปเก่งเนอะ.. big smile

#34 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-03-30 15:07

น้องควายสวยมากข่ะ

คิดว่าเด็กไทยยังทำได้ไม่ถึงขั้นนี้
แต่ถ้า,,พยายามคงทำได้แน่นอนข่ะ

^^

#35 By My life on 2009-03-30 15:26

น่าไป

#36 By nonworld on 2009-03-30 15:48

ในด้านวัฒนธรรมประเพณีแล้ว....
โอกินาวา...ไม่ใช่ญี่ปุ่น....

เป็นโพลิเนเซียน...ที่รับอิทธิพลจากจีน..มากกว่า...
big smile
ช่้างเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าเศร้าจังค่ะ
สงครามไม่เคยทำให้ใครมีความสุข...

แต่ทิวทัศน์สวยมากๆค่ะ ท่าทางอากาศจะสบายนะ
เมืองไทยตอนนี้ ร้อนแทบคลั่ง

#38 By + Lady + LiLiMu + on 2009-03-30 16:44

ไม่น่าเอาเรื่องหดหู่มาปิดท้ายเลย
ภาพเลยดูเหงา ๆ เศร้า ๆ ไงไม่รู้
sad smile

#39 By ไทดี้ on 2009-03-30 16:57

อาาา ภาพสวยมากคับ
อยากไปบ้างจังเลยน้าาาา

#40 By TsuKuro on 2009-03-30 17:26

มีแวะไต้หวัน cry

#41 By Fabulous on 2009-03-30 18:16

อยากไปอ่า >W<Hot!

#42 By Crazy-Reborn [PLoYvY] on 2009-03-30 18:21

โอ้ ดูรูปข้างบนละหิว

#43 By Magaret Literary on 2009-03-30 19:04

big smile big smile big smile Hot!

#44 By ลิงหกกะล้ม on 2009-03-30 19:23

ญี่ปุ่นนี่เป็นประเทศในฝันเลย
ไว้ผมส่งฝาโออิชิไปชิงโชค จะได้ไปญี่ปุ่นสักที
ไม่รุ้รอบนี้จะได้ไปรึเปล่า -"-
รอบที่แล้วร้อยกว่าฝายังไม่ได้ไปเลย

คราวนี้ไมได้ไปโกรธคุณตันจริงๆด้วยจะเลิกกินเลยโออิชิ

#45 By Dei on 2009-03-30 19:58

เนตช้า เปิดดูไม่ได้เลย เสียดายๆ

อ่านแต่ตัวอักษร นึกภาพไม่ออก T T
สวยจังเลย

อยากไปมั้ง

555+ confused smile Hot!
ประวัติศาสตร์โอกินาว่าโหดร้ายมากๆ
รู้สึกแย่นะ ถ้าประเทศเดียวกันมาเยียดกันแบบนี้angry smile

ภาพสวยๆทั้งนั้น อูอา
งูเยอะขนาดนั้นเลยอ่ะ? ชักกลัวแฮะsad smile
ซูชิน่ากินมากก น้ำลายสอ

#48 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-03-30 21:47

เหมือนได้ไปด้วยเลย ขอบคุณที่พาทัวร์ค่ะ Hot!

#49 By (^_^)/nana on 2009-03-30 21:59

มาติดตามชมคะคุณตุ้ย......น่าไปจัง