โอกินาว่า...รับปริญญา...และชาบูชาบู
posted on 04 Apr 2009 21:27 by witcha in lifeความเดิมตอนที่แล้ว...เราไปกินสุชิ และเที่ยวพิพิธภัณฑ์โอกินาว่า วันนี้เราจะไปกินชาบูๆกันต่อครับ
ห้าง Naha Main Place / ฟิล์ม
ร้านชาบูชาบูที่เราจะไปกินนี้ ตั้งอยู่ในห้าง Naha Main Place เป็นห้างไม่ใหญ่มาก มี 3 ชั้น อารมณ์ประมาณเซ็นทรัลลาดพร้าวเนี่ยแหละครับ ร้านนี้มีหลายสาขา แต่สาขานี้ใกล้สุด เพราะห้างนี้มันตั้งอยู่ข้างๆกับพิพิธภัณฑ์พอดีเลยล่ะครับ
เวลาจะกินก็เหมือน MK น่ะแหละ ก็ไปบอกพนักงานไว้เลยว่าจะมากี่คน ระหว่างที่รอเขาจะมีเมนูไว้ให้ตรงหน้าร้าน สามารถเปิดดูแล้วเล็งอาหารที่จะกินไว้ก่อนได้ครับ แต่คนเยอะ...เลยรอนาน ระหว่างนี้ผมเลยเดินขึ้นไปชั้นโรงหนังซะหน่อย
บนนี้ไม่รู้ว่าถ่ายรูปได้มั้ย แต่ไม่กล้าถ่าย กลัวโดนยามมาไล่จับ ก็เลยจะเล่าให้ฟังนิดหน่อยดีกว่านะครับ โรงหนังที่นี่เป็นแบบมัลติเพล็กซ์ ซึ่งพี่สาวผมบอกว่าห่วยๆ สู้โรงหนังเมืองไทยไม่ได้หรอก คนญี่ปุ่นไม่ค่อยชอบดูหนังครับ จะชอบไปคาราโอเกะ กับเล่นปาจิงโกะมากกว่า แล้วโรงหนังก็มีแต่หนังพากย์ญี่ปุ่น 
บรรยากาศในร้าน / ฟิล์ม
ในร้านบรรยากาศสบายๆ น่านั่งครับ มีทั้งแบบเป็นโต๊ะ และนั่งพื้นยกสูงสไตล์ญี่ปุ่น
โคมไฟ Airport (ใครไม่ได้ใช้แมคจะไม่เก็ตมุกนี้ โฮะๆๆ) / ฟิล์ม
ถึงโต๊ะแล้วก็สั่งอาหารครับ มีหลายอย่างให้เลือกกิน พ่อแม่ผมเลือกชาบูชาบูคนละชุด พี่สาวผมเลือกชาบูชาบูเหมือนกัน ส่วนผมเลือกเทมปุระ ของโปรดครับ
คุณพ่อกำลังลวกอย่างเมามันส์ / ฟิล์ม
วิธีกินชาบูชาบูคือ เขาจะมีเนื้อหมูแล่เป็นชิ้นบางๆ บางเหมือนมันฝรั่งทอดกรอบเลยครับ แล้วก็จะมีเตาให้อย่างนี้ เทน้ำลงไปรอให้มันเดือด แล้วก็เอาหมูลงไปลวกกินทีละชิ้น ลวกแป๊บเดียวนะครับ ไม่งั้นจะเหนียวไม่อร่อย ส่วนผักก็ลวกแป๊บเดียวเช่นกัน มีน้ำจิ้มให้ คล้ายๆสุกี้ แต่หมูเขาอร่อยจริงๆ ผมแอบชิมไปสองสามชิ้น
ผมฟาดเรียบแล้ว คนอื่นยังเหลือบาน / ฟิล์ม
กินอิ่มแล้วก็กลับโรงแรมครับ ฝนตกด้วย ตกจนถึงช่วงหัวค่ำ ตกกลางคืนมาก็จะมีเสียงลมหวือๆชวนขนลุก เหมือนหนังผีญี่ปุ่นเลยครับ
วิวจากห้องตัวเอง / ฟิล์ม Shutter B
ถ้าเปิดหน้าต่างจะได้ยินเสียงบรรยากาศชวนขนลุกแบบนี้ และหนาวมากๆซะด้วย แล้วในทีวีก็เสือกออนแอร์สารคดีตำนานผีญี่ปุ่นต่างๆอีก มีอันนึงพล็อตคล้ายๆแม่นาคเลย ซามูไรผัวเมียอยู่ด้วยกัน แล้วผัวออกไปรบ กลับมาถึงบ้านเจอเมียมาปรณนิบัติจนหลับไป แต่ตื่นเช้ามากลับพบว่าทั้งหมู่บ้านเหลือแต่เศษซาก เพราะโดนข้าศึกถล่มเรียบไปแล้ว ... ส่วนเมียที่เจอคือเป็นผีครับ .... บรื๋ออออออ
หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง แม่โทรมาปลุกให้แต่งตัวเตรียมไปงานรับปริญญา ดูนาฬิกา อ้าว เจ๊ดดดดด 7 โมงกว่าแล้ว รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ ใส่สูทแล้วไปกินข้าวที่ห้องแม่
พิธีรับปริญญาที่นี่ง่ายมากครับ พี่สาวผมก็เพิ่งตื่นมาแต่งหน้าแต่งตัว ตื่น 8 โมงก็ยังทันเลย เพราะพิธีเริ่ม 11 โมง ขณะที่เมืองไทยต้องมาแต่งหน้ากันตั้งแต่ตี 3 ตี 4 พิธีจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงเช้าจะเป็นพิธีมอบประกาศเกียรติคุณของคนที่ได้เกียรตินิยม และคนที่ทำชื่อเสียงให้มหาลัย ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นการมอบใบปริญญาที่คณะครับ
พี่สาวมาในชุดไทยบรมพิมาน ส่วนพ่อแอบแว๊นซ์ / ฟิล์ม
ช่อดอกไม้คุณแม่ / ฟิล์ม
บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ / ฟิล์ม
บัณฑิตในชุดกิโมโน / ฟิล์ม
บัณฑิตที่เข้าพิธีจะแต่งตัวแล้วแต่คณะครับ บางคณะก็ใส่ครุย เช่น คณะนิติศาสตร์ บางคณะก็ใส่ชุดกิโมโน บางคณะก็ชุดพื้นเมือง หรือบางคณะก็แค่ใส่สูทครับ ง่ายมากๆ
อธิการกล่าวอะไรนิดหน่อย / ดิจิตอล
พิธีช่วงเช้าพี่สาวผมยังไม่ได้รับอะไร ฟังอธิการกล่าวก็ไม่รู้เรื่อง ง่วงนอนมากๆ
ทางเดินไปคณะ / ฟิล์ม
พิธีช่วงบ่ายจะเป็นรับจริงกันล่ะ รับในห้องเรียนที่คณะนั่นแหละ ง่ายโคตรๆเลยครับ ไม่ต้องตกแต่งอะไรเลยด้วย แค่เอาแจกันดอกไม้มาวางตรงเวทีอันนึง จบละ minimalist จริงๆ
รับปริญญาแบบ minimalist / ฟิล์ม
พิธีโคตรจะง่ายจริงๆ คณบดีกล่าวไม่ถึง 2 นาที ก็เริ่มรับกันเลย แล้วมีแค่ปริญญาโทกับเอกไม่กี่คน เสร็จละ ง๊ายยยยง่าย ง่ายเกินคาดมากๆ
แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม / ฟิล์ม
คนซ้ายคือพี่เก๋ ปริญญาเอกครับ ใส่ชุดกิโมโน คนขวาคือพี่เหมียว ใส่ชุดไทย ปริญญาโท (อีก 3 ปีผมไปอีก พี่บอกว่าจะใส่กิโมโนรับปริญญาเอก) ลืมบอกไป ชุดนี้มี reference จากละครเรื่องแต่ปางก่อนครับ เป็นที่ฮือฮามากๆ โดนแซวแต่เช้าว่ามาจากกรุงศรีอยุธยา 
ถ่ายรูปหมู่ ขวาสุดคือเซ็นเซ เป็นคนญี่ปุ่นที่พูดไทยเก่งมากกก / ฟิล์ม
ทางไปห้องเซ็นเซ / ดิจิตอล
จัดฉากๆ / ดิจิตอล
และ โชะ...ภาพถ่ายพิธีอย่างเป็นทางการ / ดิจิตอล
เสร็จแล้วครับ พิธีรับปริญญา อีก 3 ปีผมจะไปอีกรอบ รับปริญญาเอก
ตอนหน้าเป็นปาร์ตี้ล้วนๆ และจะพาเที่ยวปราสาทชูริโจครับ อย่าลืมติดตาม
ไม่ชอบติได้ ชอบใจให้ดาวครับ
และปิดท้ายด้วยภาพขาวดำสวยๆ ถ่ายตอนรอรถด้วยกล้องดิจิตอลครับ




















แจ่มมากครับ
เกิดมาไม่เคยไปเลย
น่ากินทุกอย่าง อยากกินแล้วพูดว่า "สุโก้ย"
#1 By มนุษย์กล่อง on 2009-04-04 23:36