เอนทรี่นี้ออกแนวคันทรี่ครับ มาพร้อมกับธีมเขียวชอุ่มจากทุ่งข้าวเขียวๆที่ผมไปถ่ายรูปมาจากนาบ้านคุณยายของผมเองครับ

ภาพประกอบอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขียนเท่าไหร่ ดูประกอบเล่นๆสวยๆละกันครับ

Farmer in the Rice Field

ยอมรับอย่างภาคภูมิใจครับว่าผมเป็นคนอีสาน และมีที่นาเป็นของตัวเอง อาจจะแค่ไม่กี่ไร่แต่ก็ปลูกข้าวกินกันเองได้ตลอดปี แถมยังได้ข้าวเกรดดีกว่าที่ขายอยู่ในห้างด้วยครับ ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวเพิ่งเกี่ยวข้าวเสร็จใหม่ๆนี่ ข้าวหุงเสร็จจะหอมมาก กินเฉยๆยังอร่อยเลยครับ ถึงแม้ช่วงนี้จะยังไม่ถึงช่วงข้าวใหม่แต่ข้าวที่บ้านผมเองก็หุงแล้วอร่อยกว่าที่ไปซื้อตามร้านก็แล้วกัน

เคยมีหลายคนถามว่าทำนายากมั้ย ช่วงนี้ฮิตกันมากๆกับเกมปลูกผักใน Facebook ผมก็เล่นครับ สนุกดี คือมันก็เอากรรมวิธีการปลูกผักปลูกข้าวจริงๆนี่แหละมาดัดแปลงให้เป็นเกม เพียงแต่การปลูกข้าวจริงๆนั้นจะยากและซับซ้อนกว่าในเกมหน่อย ในเกมยังมีแค่หญ้ากับแมลงใช่มะ แต่ในนาจริงๆมีสิ่งมีชีวิตมากมายที่ทั้งมีประโยชน์และโทษครับ

Little Cow

ประสบการณ์ที่กำลังจะเล่าต่อไปนี้เป็นประสบการณ์วัยเด็กซึ่งล่วงเลยมาหลายปีแล้ว เพราะเจ้าของบล็อกก็แก่แล้ว อาจจะหลงๆลืมๆบ้าง

ช่วงประมาณเมษา-พฤษภา ฝนจะเริ่มมา เหล่าชาวนาก็จะเริ่มหว่านกล้าครับ เวลาหว่านกล้าเนี่ยเขาจะหว่านกันไม่กี่แปลงครับ เพราะเมล็ดข้าวที่หว่านไปมันจะกระจุกๆตัวอยู่ จะต้องเอาไปดำอีกทีครับ เพื่อให้มีระยะห่างกันมากหน่อย จะได้ไม่แย่งอาหารกันเกินไป เวลาจะหว่านเขาจะเอาเมล็ดข้าวเปลือกผสมกับปุ๋ยคอกแห้งๆ ซึ่งก็คือขี้วัวขี้ควายเนี่ยแหละครับ คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วก็เอาไปหว่านลงในนาแปลงไหนก็ได้ที่มีน้ำนิดหน่อย พอให้ต้นกล้างอกขึ้นมาได้ครับ

Rice Field

พอต้นกล้างอกได้ที่แล้ว คือสูงประมาณเข่าเนี่ยแหละ เราก็จะทำการ "หลกกล้า" หรือถอนกล้านั่นแหละ ถอนออกมาเพื่อจะเอาไปดำในแปลงที่ว่างๆอยู่ครับ การถอนก็ไม่ยาก เพราะต้นกล้ามันจะเป็นกระจุกของมันอยู่ เราก็เอานิ้วจิกลงไปในโคลนแล้วดึงเอาต้นกล้าออกมาพร้อมกับรากของมันครับ แล้วก็เอามามัดๆรวมกันเตรียมเอาไปดำ

ช่วงถอนกล้านี่แหละคือความมันส์ เราจะได้เจอสิ่งมีชีวิตจำพวกแรก อันได้แก่ "น้องใส้เดือน" ตัวใหญ่เป้ง น้องใส้เดือนมีประโยชน์มากครับอย่าตัดสินมันด้วยเรือนร่างยึกยือของน้องเค้า น้องใส้เดือนจะช่วยพรวนดินให้และย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ให้กลายเป็นปุ๋ยให้ต้นข้าวครับ

ตามมาด้วย "น้องงู" อันนี้ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศครับ หน้าที่ของเราคือระวังไว้เท่านั้นแหละ โดยปกติแล้วน้องงูจะกลัวคนครับ จะฉกกัดเมื่อจวนตัวเท่านั้น ถ้าดำนากันหลายๆคนน้องงูแทบจะไม่โผล่ออกมาหรอกครับ จะโผล่ออกมาก็ต่อเมื่อเดินไปไหนมาไหนคนเดียวเท่านั้นแหละ

มีอยู่ครั้งหนึ่งช่วงที่ยังเด็กๆ แม่กำลังเกี่ยวข้าว ผมก็กำลังปิดเทอม ผมก็เดินไปหาแม่จะไปช่วยเกี่ยวข้าว หิ้ววิทยุสีแดงแปร๋นเปิดเพลงไมโครไปด้วย (จำได้อีกแหน่ะ) ขณะที่กำลังเดินไปตามคันนากำลังมองทิวทัศน์เพลินๆ ก็เหลือบไปเห็นน้องงูสีดำเมื่อมหมอบอยู่ข้างทาง กำลังจ้องมาที่ผมอยู่

จ้องกันอยู่ได้ไม่ถึง 5 วิ ... ตัวใครตัวมันครับ น้องงูเลื้อยหนี ผมก็วิ่งจำ้อ้าวพร้อมกับวิทยุ พออธิบายลักษณะของน้องงูให้แม่ฟังแล้ว แม่กอดผมแล้วก็บอกว่า "ดีนะที่หิ้ววิทยุมา"

เพราะมันคือ งูจงอางครับ ถ้าไม่หิ้ววิทยุมามันคงฉกผมตายไปแล้ว ที่มันเลื้อยหนีเพราะมันอาจจะกลัวเสียงก็เป็นได้

โอ้ววว ไมโครช่วยชีวิต

Rice Field Hut

"น้องปู" ไม่ใช่ปู ไปรยา หรือปู โลกเบี้ยว แต่เป็นปูนานี่แหละ อันนี้ตัวดี เพราะจะมาคอยกินต้นข้าวครับ ช่วงสมัยที่ยังอยู่บ้านนอกจะมีแก๊งค์ "เด็กจับปู" ครับ เด็กพวกนี้จะทำงานกันเป็นทีม พร้อมกับ "ข้อง" คนละใบสะพายไปด้วย และอาวุธคือ "เสียม" เอาไว้ขุด ถ้าปูอยู่ตามคันนานี่ง่ายครับ จับเลย วิธีการจับปูนาแล้วไม่ให้โดนปูหนีบมือคือจับจากข้างหลังมันครับ ถ้ามันหันหน้ามาชูก้ามใส่เรา เราก็เอี้ยวมือไปจับข้างหลังมันแหละ ง่ายๆ เอานิ้วบีบที่ขามันเข้าหากระดอง มันจะหุบก้ามโดยอัตโนมัติ แล้วก็ยัดลงข้อง

นำมาแปรรูปเป็นปูดอง ปูปลาร้าต่อไป เอามานึ่งกับเครื่องเทศแล้วเอาช้อนตักกินจากกระดองก็อร่อยนะ

"น้องหอย" มีหลายขนาดครับ หอยโข่ง หอยจุ๊บแจง (ชื่อโคตรน่ารักอ่ะ) หอยเชอร์รี่ (แอบเซ็กซี่) พวกนี้กินข้าวในนาเหมือนกันนะ แต่ก็เอามาทำอาหารได้ อย่างหอยจุ๊บแจงเนี่ยเอามาทำเป็นแกงหอย อ่อมหอย โคตรอร่อย เอาไม้จิ้มกินกันมันส์มาก แต่ก่อนผมเข้าใจว่าหอยเชอร์รี่กินไม่ได้ ผมมารู้ตัวว่าเข้าใจผิดช่วงอยู่มหาลัยครับ เขามีส้มตำสูตรใหม่ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนคือ "ตำป่าใส่หอยเชอร์รี่" ไม่เคยกินเหมือนกันนะ ไม่กล้ากิน

คือปูกับหอยหลังๆมาเนี่ย ชาวนามักใส่ยาปราบศัตรูพืชลงในนาครับ จะได้ไม่ต้องออกไปจับให้เมื่อยตุ้มเพราะลูกหลานกลายเป็นดาวมหาลัยกันหมดแล้ว พวกสัตว์ที่จับมาได้พวกนี้เลยมักจะมีสารเคมีครับ ผมเลยจะกินเฉพาะพวกที่มาจากนาตัวเองเท่านั้น (ที่บ้านไม่นิยมสารเคมีพวกนี้) นาคนอื่นไม่กิน

Cow

โปรดติดตามตอนต่อไป ผมจะพาไปดำนาครับ

ภาพประกอบถ่ายด้วยฟิล์มสี Fuji S200 ทำแล็บฟิล์มที่ คัลเลอร์ อิมเมจ เซ็นทรัลลาดพร้าวครับ

เกร็ดความรู้ : ถ้าเจองูจงอาง ให้วิ่งหนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ งูจงอางเป็นงูพิษร้ายแรงที่สุดแห่งสยามประเทศ และมันจะไม่ฉกที่ไหนทั้งสิ้นนอกจาก "หัว" ของเรา กะเอาตายว่างั้น แต่มันจะไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ครับ ช่วงที่เราวิ่งหนีให้เราสลัดเครื่องแต่งกายสักหนึ่งชิ้นออกไป เช่น หมวก เสื้อ กระเป๋า งูจงอางจะหันไปโจมตีเครื่องแต่งกายชิ้นนั้นแทน ส่วนเราก็วิ่งต่อไปจนกว่ามันจะไม่ตามแล้ว ค่อยกลับมาเก็บของทีหลังครับ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอ่อ...
เจองู ค่อยๆสืบเท้าให้ช้าที่สุด น่าจะรุ่งกว่านะครับ
(ในกรณีที่อยู่ในระยะยิงเรียบร้อยแล้ว....)

Hot!

#1 By ซับบาธ... on 2009-09-29 08:00

Hot! รักตุ้ย

เค้าชอบอะไรแบบนี้มาก บรรยากาศ และทุกอย่าง
ตอนเด็กๆเคยอ่านหนังสือลูกอีสานมั้ย
มาอ่านวันนี้ให้ความรู้สึกเดียวกันเลยsad smile

#2 By Pack on 2009-09-29 08:21

เขียวสบายตา อยากกินแกงคั่วหอยขมวุ๊ย

#3 By wesong on 2009-09-29 08:34

ได้ความรู้ใหม่ครับ คนเมืองอย่างผมก็ได้แต่อิจฉาตาร้อนผ่าว

อ่านๆดูแล้วน่าสนุกเหมือนกันนะครับนี่ เว้นเรื่องเจองูเรื่องเดียว

Hot! Hot! Hot!

#4 By Seam - C on 2009-09-29 09:08

วันนี้สบายตา สบายใจกับธีมเขียว ๆของแกว่ะ big smile
ไว้รอดู agrarian utopia นะตุ้ย 555

#6 By visuallyyours on 2009-09-29 10:49

รูปสวยอะ

#7 By 만화 on 2009-09-29 11:10

ever green หุหุ..

confused smile ว้ายใครเอาเพื่อนเค้าไปตากแดดตัวดำอย่างนั้นล่ะ

#8 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-09-29 14:15

สมัยก่อนก็ชอบจับปูในท้องนาเล่นเหมือนกัน big smile

#9 By Googigg on 2009-09-29 15:14

สุดยอดไปเลยครับ
ได้รุ้อะไรมากมาย :DHot!

#10 By sage_nu on 2009-09-29 15:59

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ภาพสวยมากครับ

#11 By มนุษย์กล่อง on 2009-09-29 18:05

วันนี้ผมก็แอบไปถ่ายทุ่งนามาคับ

big smile Hot!

#12 By iTualek on 2009-09-29 18:18

ทุ่งนาฟ้าเขียว

big smile big smile big smile Hot!

#13 By h|b|b on 2009-09-30 02:53

หูย เกร็ดความรู้หนีงูดีมากๆ เลย

อ่านสนุกล่ะ เดี๋ยวมาตามต่อไปเรื่อยๆ ครับ

#14 By eak early : เอกเช้า on 2009-10-04 10:47